ผู้เฒ่าอวี้แห่งสำนักหมื่นบุปผาฟาดฝ่ามือลงบนโต๊ะตรงหน้าอย่างแรง โต๊ะดี ๆ ตัวหนึ่งแตกกระจายเป็นเสี่ยง ๆ ในบัดดล
บุตรหลานตระกูลจงเป็นศิษย์ที่สำนักนางหมายตาไว้ ด้วยพรสวรรค์ของจงเทียนเจียวแล้ว การเป็นศิษย์เอกก็เหมือนตอกตะปูไปแล้ว แต่พอถูกหลี่หล่านเยว่มาปั่นป่วนแบบนี้ เกรงว่าคงทำได้แค่ฝืนเป็นศิษย์ระดับในเท่านั้น
ที่สำคัญกว่านั้น หากนางกระทบกระเทือนจิตใจบนบันไดทดสอบ เส้นทางการฝึกตนในภายภาคหน้าย่อมต้องได้รับผลกระทบ ถึงขั้นก่อเกิดมารในใจได้
แผนการของหลี่หล่านเยว่ครั้งนี้ช่างโหดร้ายนัก เจตนาจะตัดเส้นทางฝึกตนของจงเทียนเจียวชัด ๆ !
"นางผิดอะไร?"
ผู้เฒ่าอู๋แห่งสำนักเสวียนเทียนส่ายหน้าอย่างไม่เห็นด้วย "ใจกว้าง ไม่ถือสาความหลัง ข้าดูแล้ว กลับเป็นจงเทียนเจียวที่มีจิตใจอ่อนด้อยกว่า"
เส้นทางฝึกตนนั้นขรุขระและยากลำบาก หากไร้ซึ่งความเชื่ออันแน่วแน่ แล้วจะก้าวเดินต่อไปได้ไกลถึงไหน?
"ไม่เอาไหนเลย"
สั่วอู๋กุยจากสำนักกระบี่ห้วงจิตกระจ่างในอาภรณ์ดำสนิทถือกระบี่พลางชำเลืองมองจงเทียนเจียวในกระจกแสงด้วยสายตาเย็นชา แสดงออกชัดเจนว่าเขาก็ไม่เห็นชอบเช่นกัน
ผู้เฒ่าอวี้ยิ่งโมโหเข้าไปใหญ่ ใบหน้าที่ทะนุถนอมอย่างดีบิดเบี้ยว
พวกผู้ชายใจไม้ไส้ระกำพวกนี้ตาบอดหรือไง? มองไม่ออกหรือว่าหลี่หล่านเยว่มีเจตนาร้าย?
"ฮ่า ๆ ดูต่อ ดูกันต่อไป"
ผู้เฒ่าสวี่แห่งศาลาแสงดาวลูบเคราพลางหัวเราะร่วนพยายามไกล่เกลี่ย "ผู้เฒ่าอู๋ ยินดีด้วยที่สำนักเสวียนเทียนได้ยอดฝีมือใหม่เพิ่มอีกราย รากจิตวิญญาณสวรรค์กลายพันธุ์ ทำเอาสวี่ข้าน้ำลายสอ อยากจะ..."
ยังพูดไม่ทันจบ ก็ถูกผู้เฒ่าอู๋หัวเราะชอบใจขัดจังหวะเสียก่อน
"ก่อนออกเดินทาง ศิษย์รักของพี่ใหญ่เจ้าสำนักกำชับแล้วกำชับอีกให้พาน้องชายกลับไปเร็ว ๆ"
ความหมายง่ายนิดเดียว ไป๋มู่เฉินพวกเจ้าก็อย่าได้คิดเลย พี่ชายเขารออยู่ในสำนักแล้ว
"กระแอม เข้าใจ เข้าใจ! ข้าจะหมายความว่า ดูสิ ครานี้พวกเจ้าได้กำไรมากขนาดนี้ เด็กน้อยสามรากจิตวิญญาณที่กระจ้อยร่อยไม่สำคัญอะไรนี่ก็อย่ามาแย่งกับข้าเลย"
