เช้าวันต่อมา อู๋ฟานลืมตาขึ้น ก็อดอุทานออกมาไม่ได้ว่า “โอ้”
เขาพบว่าตัวเองยังนอนอยู่บนเตียงที่ปูผ้าปักอักษร “มงคล” ข้างกายมีหลินเมี่ยวที่งดงามราวกับนางในฝัน เธอสวมเพียงเสื้อผ้าชั้นใน
“ฉันแต่งงานแล้วเหรอ? ฉันกับเธอเข้าหอแล้วงั้นเหรอ?”
นี่เป็นเรื่องจริงหรือเปล่า ทำไมจำอะไรไม่ได้เลยนะ? ทุกอย่างช่างเหมือนอยู่ในความฝันจริง ๆ
ผู้หญิงคนนี้เพิ่งเจอกันครั้งแรกเมื่อวาน วันนี้กลับมานอนข้างกาย รู้สึกไม่สมจริงอย่างไรชอบกล
อู๋ฟานส่ายหัว นึกเท่าไรก็นึกเรื่องเมื่อคืนไม่ออกจริง ๆ
อย่างไรก็ตาม ดูจากสภาพห้องแล้ว น่าจะได้เป็นสามีภรรยากับหลินเมี่ยวอย่างแท้จริงแล้ว เพียงแต่ตัวเองเมามาย หลับไปตื่นหนึ่งก็จำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้
มองใบหน้าหยก ๆ ของภรรยา ดมกลิ่นหอมอ่อน ๆ ความรู้สึกเป็นสุขเอ่อท้นขึ้นมาในใจ อู๋ฟานอดไม่ได้ที่จะเรียกออกมาเสียงหวานว่า “ที่รัก!”
“เพียะ!” หลินเมี่ยวตกใจตื่น เห็นอู๋ฟานอยู่ข้างตัวด้วยสีหน้ายิ้มประจบ ก็ตบเขาเข้าให้ฉาดหนึ่งทันที
“ฉันขอเตือนเธอนะ อย่ามาถูกเนื้อต้องตัวเด็ดขาด ถ้าไม่ได้รับอนุญาตจากฉัน ห้ามเข้าใกล้ฉัน! คืนนี้เป็นต้นไป เธอนอนที่พื้น!” หลินเมี่ยวถลึงตาใส่เขาด้วยหน้าเครียด แล้วลุกขึ้นแต่งตัวทันที
“ฉัน เรา เอ่อ ไม่ใช่ว่าแต่งงานกันแล้วหรือ?” อู๋ฟานงงเป็นไก่ตาแตก
“ใช่แล้ว พ่อแม่ฉันอยากได้หลานชาย ก็เลยบังคับให้ฉันแต่งงาน เมื่อคืนก็เข้าหอแล้ว อาจจะตั้งท้องลูกของเธอแล้วก็ได้ ฉะนั้นระยะนี้ฉันต้องบำรุงครรภ์ เธอจะมาแตะต้องฉันอีกไม่ได้ เข้าใจไหม?”
อู๋ฟานเกาหัว เห็นได้ชัดว่าทำความเข้าใจไม่ได้ในทันที
แต่งงานคืนเดียวก็ท้องได้ แล้วก็บำรุงครรภ์อีก? ดูเหมือนจะไม่ค่อยถูกเรื่องอะไรสักอย่าง
“ตึง!” ทันใดนั้น ประตูห้องก็ถูกถีบเปิดออก
เมื่อเห็นว่าเป็นหูเสี่ยวอิงแม่ยายเดินเข้ามา อู๋ฟานก็รีบดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมตัว ใจไม่พอใจอย่างยิ่ง “คุณน้า นี่มัน...”
“ไอ้คนไร้ประโยชน์ พ่อตัวเองป่วยยังไม่มีเงินรักษา ทำได้แต่เป็นเขยตกเข้าบ้าน จะไม่ให้คนดูถูกได้ยังไง? ยังจะนอนอีกนะ มันจนแล้วยังขี้เกียจอีกนะเอ็ง รีบไปทำกับข้าว แล้วก็กวาดพื้น ซักผ้าเดี๋ยวนี้!”
หูเสี่ยวอิงคำรามไปด้วยพลางดึงผ้าห่มไปด้วย
อู๋ฟานอึ้งไปหมด ในใจคิดว่า เรื่องมันชักไม่ชอบมาพากลแล้ว มีแม่ยายที่ไหนทำกับลูกเขยแบบนี้
ยิ่งไปกว่านั้น หูเสี่ยวอิงแม้จะอายุใกล้สี่สิบแล้ว แต่ก็ยังสวยมาก สีผิวก็ดี เมื่อยืนกับหลินเมี่ยวก็ดูเหมือนกับเป็นพี่น้องกัน เพิ่งแต่งงานวันแรกก็มาจิกผ้าห่มลูกเขยแล้ว นางไม่รู้สึกอับอายบ้างหรือไง มันออกจะผิดธรรมเนียมนะ
“แม่ ให้เขาใส่เสื้อผ้าก่อนเถอะ!” หลินเมี่ยวลากแม่ออกไป
อู๋ฟานฉวยโอกาสตอนพวกนางออกไป รีบแต่งตัว
ทันใดนั้นเอง ด้านนอกก็มีเสียงของหูเสี่ยวอิงแว่วมาแผ่ว ๆ “ไม่ให้เขาลงมือได้ใช่ไหม?”
“วางใจได้ค่ะแม่ หนูรู้ทันอยู่แล้ว!”
อีกฟากหนึ่ง โรงพยาบาลประชาชนประจำเมืองเทียนอัน เมิ่งเจียงเหม่ยที่เมื่อวานหลังจากส่งลูกชายออกเรือนแล้วก็รีบมาที่นี่ ได้ลืมตาหนักอึ้งขึ้น
เมื่อคืนนางลืมตาเฝ้าอู๋ต้าไห่ตลอด
ตอนดึก ในที่สุดอู๋ต้าไห่ก็ฟื้น ยังได้พูดคุยกับนางพักหนึ่ง
นางบอกเขาว่า ผู้ใหญ่บ้านหาทางกู้เงินมาได้ ลูกชายอยู่เฝ้าบ้าน เลยไม่ได้มาดูแลเขา
จะกล้าเอาเรื่องลูกชายไปเป็นเขยตกเข้าบ้านออกมาพูดได้ยังไงกัน
“เอ๊ะ ต้าไห่ล่ะ?”
เมื่อลืมตาขึ้นมาเห็นเตียงว่างเปล่า ใจนางก็หล่นวูบ รีบไปหาที่ห้องน้ำ ไม่มีใครก็ออกไปหาที่หน้าประตู ก็ยังไม่มี
ป่วยหนักขนาดนั้น จะไปไหนได้นะ คงไม่ใช่กระโดดตึกฆ่าตัวตาย ไม่อยากเป็นภาระครอบครัวหรอกนะ?
“อะไรนะ สามีคุณหายไปเหรอ?” พยาบาลที่เคาน์เตอร์พยาบาลฟังนางแจ้งความแล้ว ก็มีสีหน้าตกตะลึงเช่นกัน