เมิ่งเสี่ยวเพิ่งได้สติกลับมาอย่างกะทันหัน ท่าทางก้มลงเก็บขวดน้ำชะงักค้าง ใบหูของเธอแดงจัดราวกับเลือดจะซึมออกมา ริมฝีปากขยับไปมาซ้ำแล้วซ้ำเล่าอยู่นาน แต่สุดท้ายก็เค้นคำพูดที่สมบูรณ์ออกมาไม่ได้สักประโยค
เมื่อเทียบกันแล้ว หลี่รั่วหานสุขุมกว่ามาก เธอไม่ได้เผลอร้องออกมาด้วยความตกใจ แต่นิ้วกลับกำชายเสื้อแน่นอย่างควบคุมไม่อยู่ จนข้อนิ้วเริ่มซีดขาวเล็กน้อย เผยให้เห็นคลื่นอารมณ์ในใจที่ปิดไม่มิด
ซูจิ่นเยว่เห็นปฏิกิริยาของเพื่อนร่วมทีมทั้งสามคนแล้ว ในใจก็ทั้งขบขันทั้งปวดใจ
เธอไม่ได้พบคนคนนี้มานานมากแล้วจริง ๆ
เธอไม่เคยคิดเลยว่า เมื่อทั้งสองได้กลับมาพบกันอีกครั้ง ทุกอย่างจะเปลี่ยนไปจนไม่เหมือนเดิม
ส่วนตัวเธอเองก็ได้กลับมาเกิดใหม่ในร่างของเด็กหญิงวัยสิบเอ็ดปีชื่อซูจิ่นเยว่ พร้อมความทรงจำจากชาติก่อน
หลินชิงเยี่ยนดูจะคุ้นเคยกับสถานการณ์เช่นนี้ดี เธอยิ้มอย่างอ่อนโยน น้ำเสียงไม่ดังนัก แต่ฟังแล้วรู้สึกสบายใจเป็นพิเศษ “สวัสดีจ้ะ ฉันดูฟรีสเก็ตของพวกเธอวันนี้แล้ว ทุกคนเล่นได้ดีมากเลย”
หลินจือเซี่ยตื่นเต้นจนเกือบกระโดดอยู่กับที่ เธอประสานมือทั้งสองข้าง ดวงตาเป็นประกายราวกับดวงดาวสองดวง “พี่...พี่หลิน! หนูขอลายเซ็นได้ไหมคะ?! หนูเริ่มดูการแข่งขันของพี่ตั้งแต่อายุหกขวบ! หนูดูทุกนัดที่พี่แข่งเลย! หนูชอบพี่มากกกก!”
เมิ่งเสี่ยวที่ยืนอยู่ข้าง ๆ พยักหน้าแรง ๆ นานทีปีหนที่เธอเผยท่าทีไม่เหมือนปกติ และเข้าขากับหลินจือเซี่ยอย่างลงตัว
หลี่รั่วหานผู้เย็นชาอยู่เสมอเงียบไปสองวินาที ก่อนเอ่ยเสียงเบา “หนูก็อยากได้ลายเซ็นค่ะ”
น้ำเสียงยังคงเรียบเฉย แต่ปลายเสียงที่สั่นไหวเล็กน้อยกลับเผยความรู้สึกของเธอออกมาจนหมด
หลินชิงเยี่ยนเห็นท่าทางของพวกเธอแล้วก็อดหัวเราะไม่ได้ คิ้วตาโค้งขึ้นเล็กน้อย ก่อนตอบรับอย่างเต็มใจ “ได้สิ จะให้เซ็นตรงไหนล่ะ?”
