“วันนี้เพิ่งย้ายไปโรงเรียนใหม่วันแรก ปรับตัวได้ไหม” ซ่งหมิ่นใช้นิ้วเคาะโต๊ะเบา ๆ “เพื่อนใหม่เข้ากันได้ดีไหม ครูสอนเป็นอย่างไรบ้าง เรียนทันหรือเปล่า”
เมื่อสบตากับดวงตาที่เต็มไปด้วยความกังวลของแม่ ซูจิ่นเยว่ก็รู้สึกอบอุ่นขึ้นมาทันที
นี่คือความรู้สึกของการมีครอบครัวคอยเป็นห่วง มีแม่คอยดูแลอย่างสุดหัวใจสินะ
ดีจริง ๆ เธอชอบมากเลย~~~
เธอยิ้มจนเกิดลักยิ้มจาง ๆ สองข้าง น้ำเสียงสดใส “ปรับตัวได้ดีมากเลยค่ะ! เพื่อน ๆ เป็นมิตรมาก ครูก็ดูแลหนูดี เพื่อนร่วมโต๊ะของหนูคือหลี่รั่วหาน แม่เคยเจอแล้วนี่คะ ผู้หญิงจากทีมประจำมณฑลคนนั้นแหละ นิสัยดีมาก แค่พูดน้อยไปหน่อย แล้วที่นี่ก็เรียนช้ากว่าโรงเรียนเก่าของหนูอีก หนูตามทันสบาย ๆ ไม่กดดันเลยค่ะ”
ฟังจบ ไหล่ที่เกร็งของซ่งหมิ่นก็ผ่อนคลายลงทันที ความกังวลบนใบหน้าหายไปสิ้น เธอพยักหน้ารัว ๆ “อย่างนั้นก็ดีแล้ว ดีแล้ว แม่เป็นห่วงมาตลอดว่าพอลูกเปลี่ยนสภาพแวดล้อมใหม่แล้วจะปรับตัวไม่ได้ หรือถูกคนอื่นรังแกเอา”
“แม่คะ หนูไม่ใช่เด็กเล็ก ๆ แล้วนะ” พูดจบซูจิ่นเยว่ก็เพิ่งนึกได้ว่าตอนนี้ตัวเองยังเป็นเด็กหญิงที่ไม่บรรลุนิติภาวะ จึงรีบแก้คำพูด “หนูหมายถึง หนูอยู่ชั้นประถมห้แล้ว ไม่ได้บอบบางขนาดนั้น ดูแลตัวเองได้ค่ะ”
ซ่งหมิ่นถูกท่าทางน่ารักของเธอทำให้หัวเราะ ยกมือขึ้นลูบศีรษะลูกสาวอย่างอ่อนโยน “จ้ะ ๆ ๆ เสี่ยวเยว่เลี่ยงของเราโตแล้ว ไม่ใช่เด็กตัวเล็ก ๆ แต่เป็นเด็กโตที่รู้ความแล้ว”
ซูจิ่นเยว่แสร้งทำเป็นหยิ่ง เชิดหน้าฮึดฮัดเบา ๆ ก่อนก้มหน้ากินข้าวต่อ หัวใจอบอุ่นละมุน
