คนในวงการทุกคนที่อยู่ ณ ที่นี้ต่างรู้ดีอยู่แก่ใจ
ถ้าฟรีสเก็ตของหลี่รั่วหานเมื่อครู่คือการแสดงฝีมือขั้นสูงสุดของนักสเก็ตลีลาหญิงเดี่ยวอัจฉริยะ การแสดงชุดนี้ของซูจิ่นเยว่ก็เหนือกว่าหลิวเมิ่งเยียน ผู้สร้างความตื่นตะลึงเมื่อสิบสี่ปีก่อนไปแล้ว
เธอกำลังจะกลายเป็นนักสเก็ตลีลาหญิงเดี่ยวอัจฉริยะผู้โดดเด่นที่สุดในวงการสเก็ตลีลาของประเทศ
กีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวที่จัดขึ้นทุกสี่ปี นับจากหลิวเมิ่งเยียนเป็นต้นมา นอกจากหลินชิงเยี่ยนที่เคยคว้าเหรียญทองได้หนึ่งครั้ง เหรียญทองที่เหลือล้วนถูกนักกีฬาต่างชาติครองมาโดยตลอด วงการสเก็ตลีลาในประเทศจึงขาดนักกีฬารุ่นใหม่ที่พอจะแบกรับความหวัง
แต่ในเวลานี้ กรรมการมืออาชีพ โค้ช และผู้ชมในวงการทุกคนต่างเชื่อมั่น
ซูจิ่นเยว่ หลี่รั่วหาน และจางอวี่ถง ทั้งสามคนจะต้องก้าวขึ้นมาเป็นกำลังหลักของนักสเก็ตลีลาหญิงเดี่ยวในประเทศในไม่ช้า และกลายเป็นแกนนำของคนรุ่นใหม่
บรรยากาศบนอัฒจันทร์เดือดพล่านไปนานแล้ว แต่กลับมีใครบางคนที่นิ่งเงียบจนน่าประทับใจเป็นพิเศษ
ซ่งหมิ่นปิดปากตัวเองแน่น น้ำตาร้อนผ่าวไหลทะลักออกมาอย่างควบคุมไม่ได้ รินผ่านซอกนิ้วจนปลายนิ้วเปียกชุ่ม
ฉินรั่วที่นั่งอยู่ข้างเธอนั่งหลังตรงตลอดการแข่งขัน ไม่เคยลุกขึ้นเลย ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไร เธอวางแท็บเล็ตในมือลงแล้ว
เธอประสานนิ้วทั้งสิบเบา ๆ ไว้บนตัก สีหน้าเคร่งขรึม ท่าทางจริงจังเป็นที่สุด
เฉินเยี่ยนไป๋นั่งอยู่ข้างฉินรั่ว แววตาเปี่ยมด้วยความจริงจังและความชื่นใจ หลังดูฟรีสเก็ตของซูจิ่นเยว่จนจบ ในใจเขามีเพียงความคิดเดียว—นักสเก็ตลีลาหญิงเดี่ยวของประเทศมีผู้สืบทอดแล้ว
เขาเอียงศีรษะเล็กน้อย ลดเสียงลงแล้วพูดกับฉินรั่วเบา ๆ สองสามคำ
ฉินรั่วไม่ได้ตอบ แต่แววตากลับมีความรู้สึกซับซ้อนและความอาลัยในอดีตพาดผ่าน ก่อนจะพยักหน้าเบา ๆ
