ปลายหูของเฉินซูหลี่แดงขึ้นมาทันที เธอเผลอคิดจะหลบไปด้านหลัง แต่กลับถูกฝ่ามือใหญ่ของเขากดท้ายทอยไว้แน่นจนขยับไม่ได้
รอยยิ้มในดวงตาของชายหนุ่มลึกซึ้งขึ้น ลมหายใจร้อนผ่าวของเขารินรดใบหูอันบอบบางของเฉินซูหลี่ กระตุ้นให้ร่างเธอสั่นสะท้านเบา ๆ
“อีกอย่าง เรื่องนี้ก็เป็นประโยชน์กับผมอย่างมากเหมือนกัน” เขายืดตัวขึ้น มองแก้มที่เริ่มแดงของเธออย่างใจเย็น รอยยิ้มในดวงตาลึกซึ้งกว่าเดิม “คุณจะคิดไหมว่าผมเป็นคนคิดลึก คิดคำนวณเอาเปรียบคุณ?”
สมองของเฉินซูหลี่ชะงักไปเล็กน้อย หากเซี่ยเฉิงหยวนไม่พูดขึ้นมา เธอก็คงไม่ทันคิดถึงเรื่องนี้เลย
ความคิดของเธอแล่นเร็วจี๋ เพียงชั่วพริบตาก็เข้าใจต้นสายปลายเหตุ
เรื่องบริจาคครั้งนี้มีมูลค่ามหาศาลจนสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งประเทศได้
เรื่องนี้เซี่ยเฉิงหยวนเป็นคนริเริ่ม โดยผ่านตระกูลเซี่ยและคุณปู่ของเซี่ยเฉิงหยวนยื่นเรื่องขึ้นไป คุณูปการใหญ่หลวงเช่นนี้ ตระกูลเซี่ยย่อมต้องได้ส่วนแบ่ง ทั้งยังมากพอให้ตระกูลเซี่ยยืนหยัดได้มั่นคงและก้าวหน้าไปได้ไกลขึ้นในแวดวงการเมืองภายหน้า
ส่วนเธอ ภายนอกนั้นเป็นคู่หมั้นของเซี่ยเฉิงหยวน
เกียรติยศของเธอย่อมกลายเป็นรัศมีเจิดจ้าที่สุดบนตัวเซี่ยเฉิงหยวนไปด้วย
ตอนนี้ทั้งสองคนราวกับถูกผูกไว้ด้วยเส้นด้ายที่มองไม่เห็น รุ่งเรืองก็รุ่งเรืองด้วยกัน ล่มจมก็ล่มจมด้วยกัน
แม้การหมั้นหมายนี้จะเป็นเรื่องหลอก ๆ… แต่เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว ดูเหมือนจะไม่ต่างอะไรกับการแสดงเป็นจริงเป็นจังเลย
เมื่อคิดได้เช่นนี้ ความรู้สึกกระอักกระอ่วนเล็กน้อยในใจเฉินซูหลี่ก็สลายไปทันที แทนที่ด้วยความรู้สึกมั่นคงอุ่นใจยิ่งกว่าเดิม
เมื่อเป็นประโยชน์ต่อเซี่ยเฉิงหยวนและตระกูลเซี่ย เธอกลับรู้สึกว่านี่เป็นเรื่องดีที่ได้ประโยชน์หลายต่อ
เพราะอย่างไรเสีย
หากความสัมพันธ์ของทั้งสองพัฒนาไปอย่างมั่นคง ตระกูลเซี่ยก็จะเป็นที่พึ่งอันแข็งแกร่งอีกแห่งของเธอด้วยไม่ใช่หรือ?
เฉินซูหลี่เงยหน้าขึ้น สบกับดวงตาลุ่มลึกของเซี่ยเฉิงหยวน ดวงตาหยกคู่งามนั้นเต็มไปด้วยรอยยิ้ม
“ฉันจะใส่ใจไปทำไม? ถ้าคุณได้ประโยชน์จากเรื่องนี้ ฉันก็ยิ่งดีใจ ความสัมพันธ์ของเราก็เป็นแบบต่างฝ่ายต่างได้ประโยชน์ไม่ใช่หรือ?”