ตอนเที่ยง หยางหวยเหลียนถอดเสื้อกาวน์ออก แล้วนวดต้นคอที่เริ่มปวดเมื่อย
สภาพจิตใจของเธอยังถือว่าดี เพราะการผ่าตัดสองครั้งนี้ไม่ได้ยากสำหรับเธอนัก พลังส่วนใหญ่จึงหมดไปกับการแนะนำโจวจื้อและหลิวลี่มากกว่า
เห็นว่ายังไม่สาย หยางหวยเหลียนจึงตัดสินใจกลับบ้านไปกินมื้อกลางวันให้ตรงเวลา
ทันทีที่ก้าวเข้าบ้าน ก็ได้ยินเสียงลุงฉางฝูจากห้องรับแขก ฟังดูตื่นเต้นอยู่ไม่น้อย แทรกด้วยเสียงอุทานอย่างประหลาดใจของแม่และพี่สาวคนโตเป็นระยะ
หวยถิงลูกพี่ลูกน้องของเธอกับป้าจางก็อยู่ด้วย ทุกคนนั่งล้อมวง ฟังกันอย่างตั้งอกตั้งใจ
“...พวกคุณไม่เห็นภาพตอนนั้นหรอก! เช้านี้พอผมเปิดประตูโรงเตี๊ยม ยังนึกว่าตัวเองงัวเงียตาฝาดไปแล้ว ให้ตายสิ! ทหารนอนพักกันเต็มริมถนนใหญ่เลย!”
หยางหวยเหลียนย่องเข้าไปอย่างเงียบเชียบ แล้วยืนฟังอยู่ข้าง ๆ
จ้าวมู่เจวียนรีบถาม “ทหารเหรอ? เป็นพวกนายท่านจากกองรักษาความสงบหรือเปล่า พวกเขาไม่ได้มาหาเรื่องคุณใช่ไหม?”
“โธ่ คุณนายคนดีของผม! ไม่ใช่พวกกองรักษาความสงบนั่นสักหน่อย!” ลุงฉางฝูส่ายหน้าเป็นพัลวัน
“เสื้อผ้าที่พวกเขาใส่เรียบร้อยเป็นระเบียบสุด ๆ! เครื่องแบบทหารผ้าสีเทาเหมือนกันหมด สวมหมวกเหล็ก พันผ้าแข้งอย่างเรียบร้อย ปืนก็ขัดจนมันวาว ดูสง่าผ่าเผยจริง ๆ! เทียบกับพวกทหารกองรักษาความสงสัยที่หน้าตาขี้ริ้วขี้เหร่นั่นแล้ว ดีกว่ากันราวฟ้ากับเหว!”
ป้าจางถามต่อ “แล้ว...พวกเขาไม่รบกวนชาวบ้านเหรอ?”
“รบกวนที่ไหนกัน ไม่มีเลย!” ลุงฉางฝูเล่าให้ฟังว่า
“ผมได้ยินเพื่อนบ้านบอกว่า พวกเขาเคลื่อนเข้ามาตั้งแต่เช้ามืดอย่างเงียบ ๆ ไม่ได้เข้าไปในบ้านใครเลย เงียบจนไม่มีใครรู้ด้วยซ้ำว่าพวกเขามาถึงตอนไหน พอเปิดประตูก็เห็นคนนั่งอยู่ตรงนั้นแล้ว”
