“ฉันไปอาบน้ำก่อนนะ”
เสียงทุ้มนุ่มน่าฟังของชายคนดังมาจากด้านหลัง ทำให้ซ่งอวิ๋นเฟยสะดุ้งตื่น
เธอลืมตาขึ้นมาทันใด ภาพที่เห็นคือผนังเก่าโทรม พลาสเตอร์หลุดลอกเป็นแผ่น บางจุดมีรอยแตกและเขียนด้วยปากกาเมจิกหลากสีทั้งภาพวาดและข้อความ
ซ่งอวิ๋นเฟยมึนงงเล็กน้อย ตัวเองไม่ได้อยู่บนแท็กซี่เหรอ? นี่พาเธอมาไหนกัน?
ยังไม่ทันจะหายสงสัย ก็รู้สึกหิวจนท้องไส้ปั่นป่วน หน้ามืดตาลายไปหมด
ได้กลิ่นหอมของอาหารลอยมาในอากาศ ซ่งอวิ๋นเฟยจึงขืนกายลุกขึ้น
เธอเพิ่งสังเกตว่าตัวเองนอนอยู่บนเตียง
ที่นี่เป็นห้องเดี่ยวขนาดค่อนข้างใหญ่ มีโต๊ะกินข้าวและเตียงอยู่ในห้องเดียวกัน ฝั่งตรงข้ามคือห้องน้ำ
ไม่ไกลจากด้านหลังของเธอ ผู้ชายคนนั้นกำลังถอดเสื้อนอกอยู่
ชายคนนี้ไหล่กว้างขายาว คิ้วหนาตาคม โครงหน้าชัดเจน ดูเย็นชา
แต่เสื้อสีเหลืองขี้ของพนักงานส่งอาหารกลับขัดกับบุคลิกของเขาเหลือเกิน
ซ่งอวิ๋นเฟยกระพริบตา จ้องมองผู้ชายคนนั้นอยู่นาน
ชายหนุ่มดูเหมือนจะรู้ตัวถึงสายตาของเธอ เขาถอดเสื้อส่งอาหารแขวนไว้บนเก้าอี้ เงยหน้าขึ้นมามองเธอแวบหนึ่ง
“เธอกินข้าวก่อนเถอะ พอฉันอาบน้ำเสร็จ…จะไปหา”
เขามีสีหน้าเรียบเฉย พูดจบประโยคก็เดินไปที่ห้องน้ำ
ซ่งอวิ๋นเฟยยังอยู่ในสภาพงุนงง จึงคิดจะกินข้าวให้อิ่มก่อน
แต่ขณะที่กำลังจะลงจากเตียง ศีรษะของเธอก็รู้สึกอื้ออึงวูบ ความทรงจำที่ไม่ใช่ของเธอหลั่งไหลเข้ามา
เธอชะงักค้างอยู่กับที่ทันที
ทะลุ ทะลุมิติเข้านิยายเหรอ?
นึกออกแล้ว เธอนึกออกหมดแล้ว!
ตอนนั่งรถไปสนามบินเมื่อกี้ เธอเปิดนิยายอ่านฆ่าเวลา แต่แล้วแท็กซี่ก็พุ่งชนกับรถสปอร์ตที่ฝ่าไฟแดง เธอจึงทะลุมิติเข้ามาอยู่ในนิยายที่กำลังอ่านอยู่
ผู้ชายเมื่อสักครู่ก็คือพระเอกของเรื่อง ฉู่จิ้นหาน
ส่วนร่างที่เธอข้ามมิติมา ก็ชื่อว่าซ่งอวิ๋นเฟย
เจ้าของร่างเดิมเคยเป็นพนักงานเล็ก ๆ คนหนึ่งของหม่าเจี่ยนกรุ๊ปในเมืองไห่ซื่อ เมื่อครึ่งปีก่อน เธอไปรับลูกค้าที่สนามบิน
ผลปรากฏว่าลูกค้าไม่ได้รับ กลับขับรถชนคนเข้าแทน
และที่หนักคือชนฉู่จิ้นหานซึ่งเป็นประธานบริษัทที่เคยเจอมาครั้งเดียวเข้าให้
ระหว่างทางไปโรงพยาบาล ฉู่จิ้นหานฟื้นขึ้นมากะทันหัน พร้อมกับสูญเสียความทรงจำ
เจ้าของร่างเดิมกลัวต้องติดคุก ในใจกระวนกระวาย จึงกล้าตัดสินใจหลอกฉู่จิ้นหานว่าเธอเป็นแฟนของเขา
บอกว่าทั้งสองรู้จักกันมาตั้งแต่เด็ก เติบโตมาจากสถานสงเคราะห์เด็กด้วยกัน เธอส่งเสียให้เขาเรียนหนังสือจนถึงขั้นไปเรียนต่อเมืองนอก และรอเขามาห้าปี
ผลปรากฏว่าเพิ่งกลับมาก็เจอศัตรูจนถูกตีจนความจำเสื่อม เธอพยายามช่วยเขาออกมา ฉู่จิ้นหานดันเชื่ออีก
แล้วเจ้าของร่างเดิมก็ลาออกจากงานทันที กระทั่งเงินเดือนก็ไม่ขอ พาเขามาอยู่ที่เมืองชิงเฉิงอันห่างไกลในคืนนั้นเลย
หลังจากมาถึงเมืองชิงเฉิง เจ้าของร่างเดิมก็อ้างว่าต้องหลบศัตรูของเขา จึงให้เขาอยู่แต่ในห้องเช่านี้เป็นเวลากว่าสองเดือน
ยึดมือถือของเขาไว้ ไม่ให้เขาแตะต้องอุปกรณ์สื่อสารใหม่ ๆ ใด ๆ
จนกระทั่งข่าวเงียบไปแล้ว เจ้าของร่างเดิมถึงยอมให้ฉู่จิ้นหานออกไปหางาน
และยังไม่ให้เขาไปบริษัทใหญ่ ๆ อีก โดยบอกว่าเกรงจะมีศัตรูรู้จักเขา
หลังจากปั่นหัวเขาสารพัด เธอก็พาฉู่จิ้นหานไปหาบริษัทเล็ก ๆ ได้งานเป็นพนักงานกระจอก รับเงินเดือนเดือนละสามพันห้าอย่างทุกวันนี้
แต่สามพันห้าไม่พอใช้จ่ายรายเดือนของคนสองคนเลย ฉู่จิ้นหานจนปัญญา จึงหางานส่งอาหารตอนกลางคืนเพิ่มอีก
ส่วนเจ้าของร่างเดิม ในใจคิดแต่จะมีลูกกับฉู่จิ้นหานอย่างเดียว
เพราะแบบนี้ ถึงวันหน้าเขาฟื้นความจำ เมื่อเห็นแก่ลูกก็คงไม่ทำให้เธอลำบาก ไหนจะยังมีโอกาสได้แต่งเข้าตระกูลใหญ่ หรืออย่างแย่ก็ได้เงินก้อนโต
ดังนั้นเธอจึงไม่ทำงานมาตลอด เพราะไม่รู้ว่าฉู่จิ้นหานจะฟื้นความจำตอนไหน เอาแต่หมกมุ่นคิดหาทางนอนกับฉู่จิ้นหานทุกวัน
แต่ว่าฉู่จิ้นหานถึงจะความจำเสื่อม แต่สมองยังใช้ได้ แม้เจ้าของร่างเดิมจะพูดจาดูจริงใจ เขาก็ยังสงสัยอยู่ในใจ
เจ้าของร่างเดิมเปลี่ยนมือถือใหม่ให้เขา เปลี่ยนเบอร์ใหม่ ซึ่งนอกจากชื่อติดต่อของเจ้าของร่างเดิมแล้วก็ไม่มีคนอื่นอีก นี่เป็นเรื่องที่น่าสงสัยอยู่แล้วในตัว
และฉู่จิ้นหานก็ไม่รู้สึกว่าตัวเองชอบเจ้าของร่างเดิมเลย
ประกอบกับครึ่งปีที่ผ่านมานี้ เจ้าของร่างเดิมคอยควบคุมเขาจนตาย ขาดการติดต่อเพียงนาทีก็โมโห แต่ละวันต้องตามเช็กเขาเป็นสิบ ๆ รอบ
นอกจากนี้ เธอยังกินจุแล้วขี้เกียจ วัน ๆ ไม่ทำอะไรเลย เอาแต่คิดจะนอนกับเขา
กลางคืนพอฉู่จิ้นหานกลับจากส่งอาหารเสร็จ ยังต้องมาทำความสะอาดห้อง เอาข้าวมาให้เธอ
ในใจของเขา จากที่เคยรู้สึกผิดต่อเจ้าของร่างเดิม ก็ค่อย ๆ กลายเป็นต่อต้าน จนมักส่งอาหารถึงดึกดื่นค่อนคืนถึงจะกลับบ้าน
ก็คราวนี้แหละ สองวันก่อนทั้งคู่มีปากเสียงกันเพราะเรื่องนี้
ฉู่จิ้นหานโมโห จึงพูดสิ่งที่อยู่ในใจออกมา ถามว่าเธอปิดบังอะไรเขาอยู่หรือเปล่า
เจ้าของร่างเดิมลนลาน จึงอดอาหาร แต่ในที่สุดก็…อดจนตัวเองตาย พอลืมตาฟื้นขึ้นมากลายเป็นซ่งอวิ๋นเฟยดังตอนนี้
อีกอย่าง หนังสือนี่มันแนวนางเอกกลับชาติมาเกิดในนิยายดราม่าหนัก
นางเอกในชาติก่อน ก็คือคู่หมั้นของฉู่จิ้นหาน รอฉู่จิ้นหานอยู่ปีกว่า ในที่สุดก็รอจนมีข่าวว่าเขากำลังจะกลับมา
หลังจากนั้น ก็เป็นเรื่องฉู่จิ้นหานความจำเสื่อม และยังพาผู้หญิงที่ท้องกลับมาด้วย
ผู้หญิงคนนั้น ก็คือซ่งอวิ๋นเฟย
ฉู่จิ้นหานแสดงท่าทีว่า เธอท้องแล้ว ต้องรับผิดชอบต่อเธอ
ซ่งอวิ๋นเฟยคิดว่าตัวเองติดลมบนแล้ว จึงออกลายสร้างปัญหาสารพัด ทั้งรังแกน้องสาวใบ้ของฉู่จิ้นหาน ทำให้คุณปู่ของฉู่จิ้นหานโกรธจนตาย แล้วโยนความผิดให้กับนางเอก
นางเอกเสียใจจนถึงที่สุด จึงตัดสินใจปล่อยมือ แล้วก็ถูกรถชนตายไปในพริบตา
ฉู่จิ้นหานฟื้นความทรงจำ ความจริงทุกอย่างกระจ่างแจ้ง
เขาสำนึกได้ด้วยความโศกเศร้าเสียใจ ทรมานซ่งอวิ๋นเฟยอย่างแสนสาหัส
นางเอกที่กลับชาติมาเกิดก็ไม่รออีกแล้ว หันไปคบกับน้องชายของฉู่จิ้นหาน
แน่นอนว่าเหตุการณ์ก็เปลี่ยนไปด้วย ฉู่จิ้นหานกลายเป็นพระรอง และพอรู้ว่าคู่หมั้นแต่งงานกับคนอื่น ก็เกิดความสะเทือนใจจนฟื้นความจำก่อนเวลา
จุดจบอันน่าสังเวชของซ่งอวิ๋นเฟยจึงมาถึงก่อนเวลาเช่นกัน ต้องตายแบบเดียวกันทั้งสองชาติภพ
เริ่มจากฉู่จิ้นหานบีบบังคับให้เธอเอาลูกในท้องออก ส่งเธอเข้าคุก ติดคุกอยู่ห้าปีออกมา แล้วก็ถูกฉู่จิ้นหานเอาคืนจนตายอย่างอนาถอยู่ข้างถนน
แต่ฉู่จิ้นหานทั้งสองชาติกลับเหมือนเดิม คือไม่ได้นางเอกกลับคืนมา ชาติก่อนนางเอกตาย ส่วนชาตินี้เขากลายเป็นผู้ชายเลวในเส้นเรื่องพระรองก้าวขึ้นมาแล้วก็ต้องตามง้องอนไม่สำเร็จ
หลังจากรับรู้ความทรงจำทั้งหมด ซ่งอวิ๋นเฟยก็รู้สึกเหมือนฟ้าถล่ม
นี่คือความทรงจำที่ไม่มีเขียนไว้ในหนังสือ ตอนอ่านนิยายเธอยังเคยรู้สึกว่าฉู่จิ้นหานใจร้ายเกินไป
พอแยกแยะความทรงจำจนหมดแล้ว เธอรู้สึกว่าเจ้าของร่างเดิมนี่หาเรื่องใส่ตัวชัด ๆ
แต่พอเธอทะลุมิติมาเป็นซ่งอวิ๋นเฟยแล้ว ก็รู้สึกว่า…ความผิดมันไม่น่าถึงตาย
กรรมที่เจ้าของร่างเดิมก่อไว้ ทำไมเธอต้องมารับเคราะห์แทนด้วยเล่า!
เหลือเวลาอีกไม่ถึงหนึ่งปี กว่าที่คนตระกูลฉู่จะหาตัวฉู่จิ้นหานพบ
ไม่ได้แล้ว! ต้องหาทางหนีไปก่อนที่เขาจะถูกพบ
แต่จะหนีไปไหนได้ล่ะ?
ด้วยอิทธิพลของตระกูลฉู่ ไม่ว่าเธอจะไปที่ไหน ขอแค่อยู่ในประเทศ ก็หาเธอเจอภายในพริบตา
ถึงแม้เธอจะก็ไม่เข้าใจ ว่าตระกูลฉู่มีอำนาจล้นฟ้าขนาดนี้ แต่ทำไมฉู่จิ้นหานถึงหายตัวไปกว่าปีกว่าจะมีคนพบ
อย่าถามเลย ตอบได้แค่ว่าบทมันต้องเป็นงี้
ถ้างั้นก็ได้แต่หนีไปต่างประเทศ
แต่ก็ไม่มีเงินอีก เจ้าของร่างเดิมเพิ่งเรียนจบได้ปีเดียว พวกมนุษย์เงินเดือนใช้เดือนชนเดือน แม้แต่เงินมาเช่าห้องอยู่กับฉู่จิ้นหานที่นี่ ก็กู้เงินกู้ออนไลน์มา
ตอนนี้ยังเป็นหนี้อีกตั้งสองหมื่นกว่ายังใช้ไม่หมดเลย
คิดไปคิดมา ซ่งอวิ๋นเฟยก็ยังนึกหาวิธีดี ๆ ไม่ออก
เมื่อเรื่องมาถึงขั้นนี้ ก็กินข้าวก่อนแล้วกัน
เธอลงจากเตียง เดินมานั่งลงตรงหน้าโต๊ะตัวเล็ก เปิดกล่องข้าวกิน
ไม่นานนัก เสียงน้ำในห้องน้ำก็หยุดลง
ฉู่จิ้นหานใส่ชุดนอนสีเทาเดินออกมา
ในมือถือกะละมังพลาสติก ข้างในเป็นเสื้อผ้าที่เขาเพิ่งซัก ไม่ใช่แค่ของเขาเอง แต่ยังมีของซ่งอวิ๋นเฟยด้วย
เสื้อผ้าของซ่งอวิ๋นเฟยทุกวันแค่โยนลงกะละมังแช่น้ำ ตอนนี้อากาศร้อน กว่าฉู่จิ้นหานจะกลับมาก็มักจะเหม็นอับแล้ว
ฉู่จิ้นหานก็จะอาบน้ำเสร็จแล้วซักให้เธอไปด้วยเลย นานวันเข้า ซ่งอวิ๋นเฟยยิ่งขี้เกียจหนักกว่าเดิม
จะว่ายืมมือหยิบของกินก็แค่อ้าปากรับก็ไม่ผิดนัก
ฉู่จิ้นหานมองไปที่ผู้หญิงที่กำลังกินข้าวอยู่ เงียบไปสักพัก แล้วหันกายไปที่ระเบียงตากผ้า
ซ่งอวิ๋นเฟยได้ยินเสียงจึงเหลียวไปมองเขาแวบหนึ่ง
ถ้าพูดตามตรงแล้ว ผู้ชายคนนี้ช่างแสนดีจริง ๆ
กลางวันทำงาน กลางคืนส่งอาหาร ดึกดื่นกลับมายังต้องทำงานบ้าน ตลอดครึ่งปีมานี้ เขากลับไม่เคยปริปากบ่นสักคำ
น่าเสียดายที่หลังจากฟื้นความจำกับตอนนี้กลายเป็นคนละคนกันสิ้นเชิง ตอนนี้เขาดียังไง หลังจากฟื้นความจำก็โหดร้ายอย่างนั้น
ตากผ้าเสร็จ ฉู่จิ้นหานก็เก็บกวาดห้องอีกครั้ง จากนั้นถึงเดินมานั่งลงบนเตียง จ้องซ่งอวิ๋นเฟยด้วยใบหน้าเรียบเฉย
ซ่งอวิ๋นเฟยรีบเมินสายตากลับ ก้มหน้าก้มตาเขี่ยข้าวกล่อง
ฉู่จิ้นหานมักจะนอนบนโซฟาตัวเก่าผุพังนั่นเสมอ ทุกครั้งก็อ้างว่ากลับมาดึกเกินไป ไม่อยากรบกวนซ่งอวิ๋นเฟย
จนถึงตอนนี้ ทั้งคู่ยังไม่เคยจูบกันด้วยซ้ำ
แต่ตอนนี้เขากลับมานั่งบนเตียงเอง คงเป็นเพราะสองวันนี้เจ้าของร่างเดิมอดอาหารประท้วง เขาจึงยอมอ่อนข้อ
