ทั้งสองเดินทางกันมาโดยไม่พูดไม่จากัน จนในที่สุดก็มาถึงที่พักของคุณจ้าว
ที่นี่เป็นหมู่บ้านเก่าแห่งหนึ่ง เก่ากว่าที่ที่พวกเขาอาศัยอยู่ตอนนี้เสียอีก
เรียกว่าหมู่บ้านจัดสรรก็ไม่ถูกนัก ดูคล้ายหมู่บ้านมากกว่า อยู่ติดกับตัวเมือง แต่ไม่ได้อยู่ในเขตเมือง
ที่นี่มีแต่บ้านที่สร้างกันเองชั้นเดียวหรือสองชั้น ยังมีบ้านดินอยู่ด้วย
ยังไม่ทันเข้าหมู่บ้าน ก็เห็นตัวอักษรคำว่า “รื้อ” ขนาดใหญ่ทาอยู่บนกำแพง
“ที่นี่จะถูกรื้อถอนเหรอคะ” ซ่งอวิ๋นเฟยถามอย่างประหลาดใจ “ถ้ารื้อถอนก็น่าจะได้บ้านชดเชยใช่ไหมคะ”
ฉู่จิ้นหานกวาดตามองรอบ ๆ แล้วกล่าวอย่างครุ่นคิด “น่าจะเลือกได้ว่าจะรับบ้านหรือเงินชดเชย”
“อ้อ ที่แท้ก็อย่างนี้นี่เอง” ซ่งอวิ๋นเฟยไม่ค่อยเข้าใจเรื่องพวกนี้ แต่คุณจ้าวอยากซื้อบ้าน แสดงว่าคงเลือกเงินชดเชยแน่
บ้านหลังนี้กำลังจะถูกรื้อถอน บ้านของพวกเขาก็ต้องขายแน่ ๆ อยู่ที่ว่าจะขายให้ใครเท่านั้น
พอคิดถึงตรงนี้ ซ่งอวิ๋นเฟยก็อารมณ์ดีขึ้นไม่น้อย ถึงกับไม่รู้สึกว่าแดดที่ส่องอยู่เหนือหัวร้อนแล้ว
พอโทรศัพท์ต่อสายติด คุณจ้าวก็บอกให้เธอรออยู่ตรงปากทางเข้าหมู่บ้าน
ซ่งอวิ๋นเฟยรับคำ พอวางสายก็หันไปมองฉู่จิ้นหาน “ว่าแต่เดี๋ยวฉันจะพาเขาไปดูบ้าน แล้วคุณจะทำยังไง”
ฉู่จิ้นหานตอบว่า “คุณยังต้องไปส่งเขากลับไม่ใช่เหรอ ผมจะรอคุณอยู่ตรงนี้”
ซ่งอวิ๋นเฟยคิดดูแล้ว เห็นว่านี่เป็นความคิดที่ดี ขากลับยังให้เขาไปส่งเธอที่สถานีรถไฟใต้ดินได้ด้วย
ไม่นานนัก คุณจ้าวก็ลงมา ข้างกายมีผู้หญิงวัยกลางคนคนหนึ่งตามมาด้วย พร้อมลูกชายลูกสาวอีกคู่หนึ่ง
