เขาสงบนิ่งเกินไป จนอู้เหวยอดหวาดหวั่นในใจไม่ได้ หรือว่าเขาจะไปหาเรื่องคนใหญ่คนโตเข้าแล้ว?
คนทั่วไปได้ยินคำพูดแบบนี้ อย่างไรก็ต้องไตร่ตรองดูก่อน หรือไม่ก็ถามให้แน่ชัดแล้วค่อยว่ากัน
ใครเขาจะลงมือทันที แถมยังใจเย็นขนาดนี้ ดูแล้วก็ไม่ใช่คนใจร้อน แบบนั้นก็เหลือแค่คำตอบเดียว เขาต้องมีเบื้องหลังไม่ธรรมดาแน่
อู้เหวยร้องครวญคราง “พะ...พ่อผมเปิดซูเปอร์มาร์เก็ต!”
“เป้าหมายใหญ่...ซู...ซูเปอร์มาร์เก็ต” พอพูดจบ อู้เหวยเองก็ยังไม่ค่อยมั่นใจ
เสียวซวงที่ยืนตะลึงอยู่ข้าง ๆ ได้สติขึ้นมา “นั่นมันร้านสะดวกซื้อไม่ใช่เหรอ?”
ใบหน้าอู้เหวยแดงก่ำ ไม่รู้ว่าแดงเพราะเจ็บหรือเพราะโมโห
เขาชินกับการทำตัวอวดดีเสียแล้ว ตอนนี้ก็ยังไม่รู้ว่าผู้ชายคนนี้เป็นใคร เลยไม่กล้าแต่งเรื่องมั่ว ๆ จำต้องพูดความจริง
——
ทางด้านซ่งอวิ๋นเฟย เธอพาครอบครัวสี่คนมาถึงหมู่บ้านจัดสรร อุตส่าห์เกลี้ยกล่อม...เอ่อ พยายามชักชวนอยู่นาน ในที่สุดสามีภรรยาคู่นั้นก็สนใจ
แต่ทั้งสองคนก็ยังบอกว่าขอคิดดูก่อน
จากการถามไถ่อ้อม ๆ ซ่งอวิ๋นเฟยพอจะดูออกว่า ทั้งคู่คงกำลังรอเงินค่าชดเชยเวนคืนที่ดิน
อีกทั้งยังกังวลว่าบ้านหลังนี้จะสร้างไม่เสร็จหรือมีปัญหาอะไร จึงอยากกลับไปพิจารณาอีกครั้ง
ซ่งอวิ๋นเฟยไม่ได้เกลี้ยกล่อมต่อ หากแสดงท่าทีร้อนรนเกินไป กลับจะทำให้อีกฝ่ายรู้สึกไม่พอใจและระแวงขึ้นมา
พอออกจากหมู่บ้านจัดสรร ซ่งอวิ๋นเฟยก็เรียกรถให้พวกเขา แล้วพูดยิ้ม ๆ ว่า “สองท่านกลับไปคิดดูก่อนนะคะ ฉันจะพยายามเก็บโควตาแบบแปลนไว้ให้”
