ตอนเจียงตู้ออกจากห้อง 310 ในทางเดินก็มีคนยืนอยู่ไม่น้อยแล้ว
คนส่วนใหญ่เป็นเทรนนี่จากชั้นอื่นที่ได้ยินข่าวว่าจะมีการประเมินก่อนกำหนด จึงตั้งใจวิ่งมาดูความคึกคักกันโดยเฉพาะ ทั้งสองฝั่งของทางเดินกับตรงปากบันไดมีคนยืนกระจัดกระจาย สายตาทุกคู่ต่างพากันจับจ้องมาที่เจียงตู้
สายตากว่าสิบคู่กวาดมองใบหน้าของเขาไปมา แต่กลับไม่มีใครกล้าเปิดปากถามสักคำว่า “เป็นยังไงบ้าง”
เจียงตู้ไม่คิดว่าตัวเองมีอะไรน่ากลัว เขาไม่ได้ดุ ไม่ได้ร้าย และไม่ได้จงใจทำท่าทีห่างเหินใส่ใครด้วย
แต่พอคนพวกนั้นมองเขาแล้วสบตากันเพียงชั่วครู่ ต่างก็พากันเบือนหน้าหนี แกล้งทำเป็นคุยกับคนข้าง ๆ
เจียงตู้ถึงกับได้ยินเสียงคนกระซิบกันเบา ๆ ว่า “สีหน้าเขาไม่เห็นมีอะไรเลย หรือว่าแสดงได้ไม่ดี?”
“ไม่รู้สิ ดูสีหน้าเขาสิ ใครจะกล้าถามล่ะ……”
“จริง ไม่กล้าหรอก เขายืนอยู่ตรงนั้นแล้วบรรยากาศกดดันสุด ๆ”
“แย่แล้ว ถ้าแม้แต่เจียงตู้ยังทำได้ไม่ดี ฉันยิ่งไม่กล้าเข้าไปแล้ว”
เจียงตู้เก็บสายตากลับด้วยสีหน้าเรียบเฉย ในใจรู้สึกอึดอัดอยู่บ้าง
จนกระทั่งสวี่ชิงเหย่เดินมาหยุดข้างเขา อีกฝ่ายเป็นคนถัดไปที่จะเข้าไปประเมิน
“รอฉันออกมาแล้วกลับหอพักด้วยกันไหม?” สวี่ชิงเหย่เลิกคิ้ว สีหน้าดูดุกว่าปกติเสียอีก
“อืม” เจียงตู้พยักหน้ารับ
หลังจากอีกฝ่ายเข้าไปแล้ว เจียงตู้ก็ขยับไปยืนพิงกำแพงข้าง ๆ ครึ่งก้าว ไม่มีทีท่าว่าจะคุยกับใคร
แต่ใบหน้านั้นโดดเด่นสะดุดตาเกินไป แม้จะแค่ยืนนิ่งเงียบอยู่ตรงนั้น ก็ทำให้คนรอบข้างอดไม่ได้ที่จะแอบชำเลืองมองมาทางนี้
เงียบกันอยู่พักหนึ่ง ในที่สุดก็มีคนทนไม่ไหว
“เอ่อ…เจียงตู้” เทรนนี่ชั้นดีคนหนึ่งในชุดฝึกสีเหลืองค่อย ๆ ขยับเข้ามาอย่างระมัดระวัง สีหน้าราวกับคิดว่า “เป็นไงเป็นกัน” “การประเมินเมื่อกี้ของนาย…เป็นยังไงบ้าง?”
ทันทีที่เขาพูดจบ เหล่าเทรนนี่ที่แกล้งทำเป็นคุยกันอยู่รอบ ๆ ก็พากันเงี่ยหูฟังและยื่นตัวเข้ามาทางนี้
เจียงตู้เงยหน้ามองเทรนนี่ที่ถาม
อีกฝ่ายชะงักแข็งทื่อเพราะสายตาของเขา สัญชาตญาณบอกให้อยากถอยหลัง แต่ก็รู้สึกว่าทำแบบนั้นคงดูขี้ขลาดเกินไป จึงฝืนหยุดตัวเองไว้
“……อืม” เจียงตู้คิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนตอบอย่างจริงจัง “ก็ใช้ได้”
