เมื่อถูกเรียกชื่อ เสิ่นจิ้นเหมียนมีท่าทีต่างจากเจียงหยางอย่างสิ้นเชิง
เจียงหยางรีบร้อนลนลานวิ่งขึ้นไป ส่วนเสิ่นจิ้นเหมียนกลับก้าวขึ้นเวทีราวกับกำลังเข้าร่วมการสอบป้องกันวิทยานิพนธ์ ทุกก้าวมั่นคงเป็นจังหวะ
“สวัสดีครับเมนเทอร์ทุกท่าน ผมชื่อเสิ่นจิ้นเหมียน อายุสิบเก้าปี เป็นเทรนนี่เดี่ยวครับ”
ฉินสวี่ก้มลงพลิกดูข้อมูลครู่หนึ่ง พอเงยหน้าขึ้น สีหน้าก็เผยความอยากรู้อยากเห็นอย่างประหลาด “เสิ่นจิ้นเหมียน...นายคือแชมป์รายการ ‘พายุสมอง’ ใช่ไหม”
“ใช่ครับ” เสิ่นจิ้นเหมียนยิ้มรับ
แชมป์รายการแข่งขันทักษะทางสมองคนหนึ่งมายืนอยู่บนเวทีออดิชันไอดอล
เฉินถิงขยับแว่น น้ำเสียงเต็มไปด้วยความสงสัย “ขอถามตรง ๆ นะ หลังจากเข้าร่วมรายการ ‘พายุสมอง’ แล้ว น่าจะมีสถาบันวิจัยกับมหาวิทยาลัยหลายแห่งยื่นข้อเสนอให้นายใช่ไหม ทำไมถึงเลือกมาเข้าร่วม ‘จักรวาลประกายไฟ’ ล่ะ”
ถามอีกอย่างก็คือ ทำไมนายถึงไม่เลือกเดินสายวิชาการ แต่กลับมาอยู่ในวงการนี้แทน
“อาจารย์เฉินถิงครับ ที่จริงผมเองก็คิดเรื่องนี้มาหลายครั้งแล้ว” เสิ่นจิ้นเหมียนพูดด้วยน้ำเสียงไม่เร่งไม่ช้า มีลำดับความคิดชัดเจนอย่างเด็กเรียนดี “หลังรายการ ‘พายุสมอง’ จบลง ก็มีคนติดต่อมาหาผมจริง ๆ ครับ”
“ทุกคนยื่นข้อเสนอที่ดีมากให้ผม พูดตามตรง ถ้าบอกว่าไม่เคยหวั่นไหวเลยก็คงไม่จริงครับ”
มีเสียงหัวเราะเบา ๆ ดังมาจากใต้เวทีสองสามครั้ง
เสิ่นจิ้นเหมียนหัวเราะตามเล็กน้อย ก่อนจะพูดต่อ “แต่ผมคิดว่า ถ้าตอนนี้ผมเดินเข้าห้องแล็บหรือสถาบันวิจัย ชีวิตของผมก็คงมองเห็นจุดสิ้นสุดได้ตั้งแต่ตอนนี้แล้ว”
