เจียงตู้จ้องมองสถานที่จัดงานขนาดมหึมาที่ค่อย ๆ ชัดขึ้นในกระจก
เขารู้สึกได้ว่าอารมณ์ของตัวเองกำลังถูกคลื่นเสียงที่ใกล้ถาโถมเข้ามากระทบทีละนิด
จากนั้นเขาก็ได้ยินเสียงของเอสที-ศูนย์หนึ่งถามว่า “พร้อมแล้วหรือยัง?”
“อืม”
“งั้นก็ไปกันเถอะ”
เอสที-ศูนย์หนึ่งยกมือขึ้น ผลักไหล่เขาเบา ๆ
ร่างของเจียงตู้เซเล็กน้อย ภาพตรงหน้าพังทลายลงจนหมดสิ้น
ห้องซ้อมหายไปท่ามกลางการหมุนคว้าง ผนังกระจกแตกละเอียด เขารู้สึกราวกับกำลังร่วงหล่นลงไปในทางเดินบิดเบี้ยวยาวเหยียด เสียงที่หวีดหวิวอยู่ข้างหูคือเสียงกรีดร้องที่ค่อย ๆ ชัดขึ้นเรื่อย ๆ จนแทบทะลุแก้วหู——
“เจียงตู้——!!!”
“เจียงตู้!!!!!”
“เจียงตู้ เจียงตู้ เจียงตู้ เจียงตู้ เจียงตู้————!!!”
เสียงนับไม่ถ้วนซ้อนทับกันเป็นชั้น ๆ รวมเป็นคลื่นเสียงมหึมาที่มากพอจะพลิกหลังคา ถาโถมใส่เขาอย่างจัง!
เจียงตู้ลืมตาโพลง
เหนือศีรษะคือสปอตไลต์พร่างพรายจนชวนตาลาย ทุกดวงส่องลงมาที่ตัวเขา จนผิวรู้สึกร้อนผ่าว
ภาพตรงหน้าคือแท่งไฟนับไม่ถ้วนที่โบกสะบัด ป้ายไฟและป้ายผ้าถูกชูขึ้นมากมาย ใบหน้าแปลกหน้านับไม่ถ้วนบิดเบี้ยวด้วยความตื่นเต้นและกรีดร้องจนเสียงแหบแห้ง
เขายืนอยู่กลางเวทีขนาดมหึมา
เบื้องหน้าเป็นทะเลผู้ชมแน่นขนัด ทอดยาวไปจนถึงยอดสูงสุดของสถานที่จัดงาน ผู้ชมนับหมื่นคน
ทุกคนกำลังตะโกนเรียกชื่อเขาจนสุดเสียง
——“เจียงตู้——!!!”
คลื่นเสียงราวกับสึนามิ กลืนกินตัวเขาจนมิด
เจียงตู้ยืนนิ่งแข็งทื่ออยู่กลางเวที
ปลายนิ้วชาไปหมด ความรู้สึกที่ถูกสายตาของคนนับหมื่นจับจ้องพร้อมกันทำให้เขาอดสั่นสะท้านไม่ได้
เสียงเหล่านั้นร้อนระอุ มีทั้งลมหายใจ ความรัก และหยาดน้ำตา มันพลิกปั่นเขาทั้งตัวตั้งแต่ข้างในสู่ข้างนอกด้วยวิธีที่แทบจะป่าเถื่อน
เจียงตู้รู้สึกราวกับกำลังยืนอยู่ใจกลางพายุ เป็นคนจุดประกายไฟดวงแรกด้วยมือตัวเอง แล้วมองดูประกายไฟลุกลามไปทั่ว ก่อนจะกลายเป็นเปลวไฟมหึมาที่แผ่คลุมฟ้า
และตัวเขาก็กำลังยืนอยู่กลางทะเลเพลิงที่ลุกโชนเพื่อเขา
จังหวะกลองช่วงอินโทรระเบิดขึ้นโดยไม่มีปี่มีขลุ่ย
