ซูเจอบังเอิญหันกลับมาในจังหวะนั้นพอดี จึงจับความรู้สึกด้อยค่าที่วาบผ่านดวงตาของเซียจือเวย์ได้ทัน
เขาเร่งฝีเท้าขึ้นเล็กน้อย เดินไปหยุดตรงหน้าเธอ จากนั้นก็หันตัวมาขวางทางไว้ บังคับให้เธอหยุดเดินและเงยหน้ามองเขา
“ทำไมทำหน้าเศร้าอีกแล้ว เมื่อกี้กินไม่อิ่มหรือไง หรือชานมไม่อร่อย?”
เซียจือเวย์ส่ายหน้าเมื่อได้ยินคำถาม ก่อนจะพึมพำเสียงเบาว่า “เปล่า ฉันแค่รู้สึกว่านายเก่งมาก แม้แต่ศาสตราจารย์จางยังให้ความสำคัญกับนายขนาดนั้น”
“พอเทียบกับนายแล้ว ฉันรู้สึกว่าตัวเองโง่มาก ไม่มีอะไรดีสักอย่าง”
ที่แท้ก็เป็นเพราะเรื่องนี้นี่เอง
ซูเจอยิ้มอย่างจนใจ ก่อนยื่นมือออกไปดีดหน้าผากเกลี้ยงเกลาของเธอเบา ๆ
“ที่ฉันเรียนเก่ง ไม่ใช่เพราะฉันฉลาดกว่าคนอื่นมากมายหรอก สิ่งสำคัญกว่าคือฉันพยายามทุ่มเทต่างหาก”
“คนที่สอบเข้ามหาวิทยาลัยหมอได้ จะมีสักกี่คนที่เป็นคนโง่? ต่อจากนี้ถ้าเธอพยายามไปพร้อมกับฉัน เราก็ยืนเคียงข้างกันได้ แล้วช่วยกันสร้างคุณประโยชน์ให้วงการฟิสิกส์ของประเทศมากขึ้น ไม่ใช่เหรอ?”
“เพราะงั้นตอนนี้จะเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับฉันทำไมล่ะ เซียจือเวย์ จำไว้นะ คนเราอย่าดูถูกตัวเองเด็ดขาด”
รอยยิ้มบนใบหน้าของซูเจอค่อย ๆ จางหายไป เปลี่ยนเป็นสีหน้าจริงจัง เขาพูดกับเซียจือเวย์ทีละคำว่า “ถ้าแม้แต่ตัวเธอเองยังดูถูกตัวเอง โลกนี้ก็ยิ่งไม่มีใครเห็นคุณค่าเธอหรอก”
เซียจือเวย์ยกมือกุมหน้าผากที่ถูกดีดจนแดง แล้วส่งเสียง “โอ้” อย่างน้อยใจพร้อมพยักหน้าเป็นเชิงว่าจำได้แล้ว
