ทั้งสองคนเดินเคียงกันไปบนถนนที่อาบไล้ด้วยแสงอาทิตย์อัสดง
ซูเจอก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างไม่รีบร้อน ส่วนเซียจือเวย์เดินอยู่ข้างกายเขา
แต่เพราะขาของซูเจอยาวเกินไป ก้าวเดินที่ดูเป็นปกติสำหรับเขา กลับทำให้เซียจือเวย์ต้องก้าวเพิ่มอีกสองก้าวถึงจะตามทัน
จากที่เริ่มแรกเดินเคียงกันไป จึงค่อย ๆ กลายเป็นเซียจือเวย์วิ่งเหยาะ ๆ ตามหลังซูเจอ
ทุกครั้งที่เซียจือเวย์ตามทัน แขนของเธอจะ “เผลอ” ไปโดนแขนซูเจอ แล้วรีบชักกลับราวกับถูกไฟช็อต
แต่ไม่กี่วินาทีต่อมา พอเธอตามทันอีกครั้ง ก็จะแอบขยับเข้ามาใกล้ พยายามใช้การสัมผัสผิวกายเพียงเล็กน้อยที่แทบไม่มีใครสังเกตเห็น เพื่อร่นระยะห่างระหว่างพวกเขา
แม้ซูเจอจะก้มหน้าเล่นโทรศัพท์อยู่ตลอด แต่ที่จริงตั้งแต่ครั้งแรกที่เซียจือเวย์แตะแขนเขา ใจของเขาก็ไม่ได้อยู่กับโทรศัพท์อีกเลย
ที่สำคัญคือเซียจือเวย์คิดว่าตัวเองปกปิดได้แนบเนียน แต่แท้จริงแล้ววิธีหยั่งเชิงแบบนี้ทั้งเก้ ๆ กัง ๆ และไร้เดียงสาเสียจนยากที่เขาจะไม่รู้เจตนาของเธอ
ถึงอย่างนั้นซูเจอก็ไม่ได้พูดอะไร เพียงแค่ลดฝีเท้าลงเล็กน้อยอย่างแนบเนียน เพื่อให้เซียจือเวย์เข้ามาใกล้เขาได้ง่ายขึ้น
ทั้งสองเดินกันมาแบบนี้ตลอดทาง จนมาถึงถนนของกินสายเดิมเมื่อวาน
เหมือนกับตอนที่มาเมื่อวาน เวลานี้เป็นช่วงมื้ออาหารพอดี ทั้งถนนเต็มไปด้วยพ่อค้าแม่ค้าที่ตั้งแผงขายของและนักเรียนที่ออกมาหาของกิน
กลิ่นหอมของอาหารนานาชนิดผสมปนเปกันอบอวลอยู่ในอากาศ
