ซูเจอมองหลี่น่าที่กำลังวางท่าหยิ่งผยองอยู่ตรงหน้า แล้วมองถุงบนโต๊ะ
เขาใช้เวลาคิดเพียง 0.1 วินาที ก่อนจะยื่นมือไปหยิบถุงกระดาษใบนั้นขึ้นมา
หลี่น่าเห็นดังนั้นก็คิดว่าซูเจอจะยอมอ่อนข้อให้หลินหวั่นเอ๋อร์เหมือนที่ผ่านมา จึงแค่นเสียงเยาะเย้ยออกมาทันที
“นับว่ายังรู้จักคิด รีบกินให้เสร็จแล้วไปขอโทษหวั่นเอ๋อร์ซะ เธอใจกว้าง ไม่ถือสาเรื่องเมื่อวานกับนายหรอก”
แต่ซูเจอไม่สนใจเธอ เพียงหันไปมองคนข้าง ๆ แล้วสะบัดข้อมือโยนถุงอาหารเช้าไปตรงหน้าหวังเถากับเพื่อนอีกสองคน
“ลูก ๆ พ่อดูดวงแล้ว พวกแกยังไม่ได้กินมื้อเช้าสินะ?”
“เอ้า มีคนมาทำบุญให้ แบ่งกันกินเถอะ”
หวังเถาชะงักไปก่อนจะเข้าใจสถานการณ์ แล้วรีบทำท่าดีใจสุดขีดรับมุกซูเจอ “โว้ย ยังไงก็เป็นซูคนเดิมที่รักเพื่อน! ฉันขอเรียกซูว่า ‘พ่อบุญธรรม’ เลยแล้วกัน!”
พูดจบเขาก็ฉีกถุงออก หยิบแซนด์วิชข้างในขึ้นมาทำท่าจะยัดเข้าปาก
แต่สวี่เหลยกับจางเฮ่าที่อยู่ข้าง ๆ ไม่ยอม พวกเขาก็ยังไม่ได้กินมื้อเช้าเหมือนกัน พอเห็นหวังเถาจะกินคนเดียวก็รีบพุ่งเข้าใส่เขาราวกับหมาป่าหิวโซ
หนุ่มทั้งสามไม่สนใจภาพลักษณ์อะไรทั้งนั้น ต่างคนต่างหักแซนด์วิชมาแบ่งกัน แล้วก็กินกันอย่างตะกละตะกลาม
รอยยิ้มภูมิใจบนใบหน้าหลี่น่าพลันแข็งค้าง เธอไม่คิดเลยว่าซูเจอจะหันเอาอาหารเช้าไปให้คนอื่นแบบนี้
ใบหน้าอวบอ้วนของเธอแดงก่ำด้วยความโกรธ ชี้หน้าซูเจอแล้วถามเสียงดุดัน “ซูเจอ! นายกล้าเอาของที่หวั่นเอ๋อร์ให้ไปให้คนอื่นเหรอ? ยังอยากให้หวั่นเอ๋อร์ยกโทษให้นายอยู่ไหม?”
