ลูกค้าที่กำลังกินอาหารอยู่รอบ ๆ ต่างพากันหลบไปไกล กลัวว่าจะโดนลูกหลงเข้าให้
มีคนหยิบโทรศัพท์ออกมาโทรแจ้งตำรวจ
ไม่กี่นาทีต่อมา เสียงไซเรนก็ดังกึกก้องเข้ามา
รถตำรวจหลายคันจอดเทียบข้างทาง จากนั้นตำรวจก็ลงจากรถหลายคน ก่อนจะเดินเข้ามาอย่างรวดเร็วและแยกกลุ่มคนที่กำลังชุลมุนกันอยู่ให้ออกจากกัน
ซูเจอหอบหายใจแรง สะบัดข้อมือที่เริ่มชาเล็กน้อย
ถึงเขาจะพยายามหลบอย่างเต็มที่แล้ว แต่ก็ยังโดนหมัดเข้าที่มุมปากหนึ่งที ตอนนี้จึงปวดแปลบเป็นระยะ
ส่วนหวังเถา สวี่เหลย และจางเฮ่าก็ไม่ได้ดีไปกว่ากัน ทุกคนต่างมีบาดแผลติดตัวไม่มากก็น้อย
เสื้อผ้าถูพื้นและถูกข่วนจนขาดวิ่น ดูทั้งสกปรกและมอมแมมราวกับขอทาน
ตำรวจไม่พูดพร่ำทำเพลง พาทุกคนขึ้นรถตำรวจ แล้วเปิดไซเรนดังสนั่นขับกลับไปยังสถานีตำรวจ
……
ภายในห้องไกล่เกลี่ย
ตำรวจอาวุโสคนหนึ่งกับตำรวจหนุ่มสองคนนั่งอยู่หน้าโต๊ะ พลางตรวจดูบัตรประชาชนของซูเจอกับพวกอันธพาล
เซียจือเวย์นั่งอยู่ข้างซูเจอ ก้มหน้าลงต่ำ เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในร้านย่างเนื้อไปตามความจริง
เมื่อตำรวจอาวุโสจดบันทึกปากคำเสร็จ ก็เงยหน้ามองพวกอันธพาลที่นั่งยอง ๆ อยู่ตรงมุมห้อง ก่อนจะส่งเสียงฮึดฮัด “พวกนายอีกแล้วนะ อาทิตย์นี้เข้ามาที่นี่เป็นครั้งที่สามแล้วใช่ไหม คิดว่าสถานีตำรวจเป็นโรงอาหารหรือไง”
พวกอันธพาลหดตัวอยู่ตรงมุมห้อง ไม่มีใครกล้าส่งเสียง
ตำรวจอาวุโสถอนสายตากลับอย่างเย็นชา ก่อนจะหันมามองซูเจอกับคนอื่น ๆ สีหน้าผ่อนคลายลงไม่น้อย
