ซูเจอชะงักไปครู่หนึ่ง สายตาพลันเหลือบไปมองเตียงเล็ก ๆ ข้าง ๆ โดยไม่รู้ตัว
เตียงนี้กะด้วยสายตาแล้วกว้างแค่ประมาณหนึ่งเมตรยี่สิบ เขานอนคนเดียวยังต้องงอขา ไม่ต้องพูดถึงนอนสองคน
ส่วนสภาพพื้นก็ไม่ต้องพูดถึง ทั้งชื้นแฉะทั้งขึ้นรา คงปูที่นอนกับพื้นไม่ได้แน่
ถ้าใครกล้านอนบนพื้นแบบนี้สักคืน พอตื่นมาพรุ่งนี้มีเห็ดงอกทั่วตัวก็นับว่าอาการเบาแล้ว
ซูเจอชั่งน้ำหนักข้อดีข้อเสียแล้วรู้สึกว่ารอให้ฝนหยุดก่อนค่อยกลับมหาวิทยาลัยน่าจะดีกว่า
กลับดึกก็กลับดึกสิ ไม่มีอะไรเสียหาย เขาเป็นคนที่เกิดใหม่กลับมาแล้ว จะกลัวเรื่องแค่นี้ทำไม?
เขาจึงส่ายหน้าปฏิเสธ “ช่างเถอะ ฝนน่าจะตกอีกไม่นาน ฉันรอให้ฝนซาลงกว่านี้แล้วค่อยกลับ”
เซียจือเวย์เม้มริมฝีปาก คล้ายกับมองออกว่าเขากังวลอะไรอยู่ จึงพูดเสริมเสียงเบา “นายนอนบนเตียงก็ได้นะ”
ซูเจอถามกลับอย่างขบขัน “แล้วเธอล่ะ?”
แก้มของเซียจือเวย์มีสีชมพูระเรื่อ สายตาเหลือบสลับไปมาระหว่างซูเจอกับเตียงอยู่สองสามครั้ง ก่อนจะหลุบลงมองปลายรองเท้าของตัวเอง
“ฉัน...ฉันนอนกับนายก็ได้”
พูดจบเธอก็รีบเสริมอย่างรวดเร็ว “ถ้านาย...ถ้านายไม่ยอม ฉันจะปูที่นอนกับพื้นก็ได้ เอาเสื้อผ้าสักสองสามชิ้นมารองก็พอ”
ซูเจอมองเซียจือเวย์ด้วยสีหน้าตกตะลึง เธอบอกว่าจะนอนกับเขางั้นเหรอ?!
ปฏิกิริยาแรกของเขาคือคิดว่าตัวเองหูฝาดไป
แต่พอเห็นท่าทางกระอักกระอ่วนของเซียจือเวย์ ราวกับอยากมุดหัวเข้าไปในคอเสื้อ เขาก็รู้สึกว่าเธอไม่ได้ล้อเล่น
ซูเจอเกือบลืมไปแล้วว่าเซียจือเวย์คิดกับเขาเกินกว่าเพื่อน
