เกือบโดนคนทำร้ายมาเหรอ?
ให้ตายเถอะ ในสังคมที่มีกฎหมายแบบนี้ ยังมีคนกล้าลงมือตีคนกลางวันแสก ๆ อีกเหรอ?
แถมยังจงใจเลือกตอนที่เขาไม่อยู่อีกเนี่ยนะ?
รอยยิ้มบนใบหน้าของซูเจอหายวับไปในทันที ปฏิกิริยาแรกของเขาคือพวกนักเลงกลุ่มนั้นกลับมาหาเรื่องอีกแล้ว
เขาหันไปมองเซียจือเวย์ พลันนึกไปเองว่าเหตุผลที่เธอไม่เล่าให้ฟังคงเป็นเพราะไม่อยากให้เขากังวลเกินไป จึงเลือกแบกรับเรื่องนี้ไว้คนเดียว
จากนั้นเขาก็หันกลับไปหาคุณป้า “คุณป้าครับ รบกวนเล่าให้ผมฟังหน่อยได้ไหมครับว่าเมื่อกี้เกิดอะไรขึ้น”
คุณป้าไม่ได้คิดอะไรมาก จึงเล่าออกมาว่า “เมื่อกี้น่ะเหรอ มีเด็กสาวสองคนแต่งตัวทันสมัยมาหาเรื่อง ปากก็พูดจาไม่ค่อยดีด้วย”
“คนที่ใส่กระโปรงสีขาวยังทำท่าจะลงมือตีคนอีก โชคดีที่มีสาวน้อยใจดีคนหนึ่งเดินผ่านมาแล้วเข้ามาห้ามไว้ ไม่อย่างนั้นแฟนสาวของคุณคงโดนรังแกแน่”
พูดจบ คุณป้าก็ตบไหล่ซูเจออย่างหนักแน่นคล้ายกำลังเตือนสติ ก่อนจะหิ้วถุงชอปปิงเดินจากไป
ซูเจอหันกลับมาเผชิญหน้ากับเซียจือเวย์ จ้องตาเธอไม่วาง “ทำไมไม่บอกฉัน”
เซียจือเวย์รู้สึกว่าตัวเองถูกใส่ความ ซูเจอกลับมาปุ๊บก็เอาแต่หยอกล้อเธอสารพัด เธอจึงไม่มีโอกาสได้พูดเลย
ความน้อยใจเอ่อขึ้นมาในใจ เธออธิบายเสียงอ่อนอย่างน่าสงสารว่า “ฉันกำลังจะบอกนายอยู่พอดี แต่พอนายกลับมาก็หยิกแก้มฉันก่อน แล้ว แล้วฉันก็เลยลืมไป……”
ซูเจอชะงักไปเล็กน้อย แต่เมื่อเห็นว่าแววตาของเซียจือเวย์ดูไม่น่าจะกำลังโกหก เขาจึงขอโทษอย่างกระอักกระอ่วน “ขอโทษนะ คราวหน้าฉันจะรอให้เธอพูดจบก่อนแล้วค่อยหยิกแก้ม”
