“ไอ้หมูไชน่าบัดซบ! บัดซบเอ๊ย!”
“ใครให้ความกล้ามันมาปฏิเสธจักรวรรดิซากุระอันยิ่งใหญ่ของฉันกัน!”
“ฉันทานาชิตะ โคจิโร่ไม่ปล่อยมันไว้แน่!”
ชายวัยกลางคนที่ชื่อทานาชิตะ โคจิโร่กำลังอาละวาดปัดถ้วยบนโต๊ะตกแตก ใบหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธ
เลขานุการที่ยืนอยู่ข้าง ๆ กลัวจนตัวแข็ง ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง
เขาคลุ้มคลั่งจริง ๆ!
ตั้งแต่บริษัทของเขาขยายธุรกิจเข้าตลาดจีน ทานาชิตะ โคจิโร่เคยต้องทนรับความอัปยศแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไรกัน?
เริ่มจากหนังของตัวเองถูกกั๊กตอนตรวจสอบ ถึงจะไม่ได้ฉายทางสถานีโทรทัศน์กลางจีนก็ยังพอว่า แต่เกือบไม่ได้เข้าโรงภาพยนตร์ด้วยซ้ำ
ทั้งที่บริษัทของพวกเขาใช้เวลาตั้งห้าเดือนสร้างหนังเรื่องนี้ขึ้นมา!
ก็เพื่อจะโกยเงินก้อนโตในช่วงเทศกาลตรุษจีนโดยเฉพาะ
แค่ฉายช้าไปวันเดียว ทานาชิตะ โคจิโร่ก็รับไม่ได้แล้ว
หลังจากวิ่งเต้นจนจัดการเรื่องเส้นสายได้เรียบร้อย ในที่สุดก็เตรียมฉวยกระแสตรุษจีนโกยเงินจากคนจีนให้หนัก
แล้วผลเป็นยังไงล่ะ
จู่ ๆ ก็มีหนังแอนิเมชันเรื่องใหญ่ชื่อ “หมีป่าป่วนเมือง” โผล่มา!
แย่งรอบฉายจากพวกเขาไปถึง 90 เปอร์เซ็นต์!
ถึงการเลือกดูอะไรจะเป็นสิทธิ์ของผู้ชม แต่ทานาชิตะ โคจิโร่ก็โลดแล่นในตลาดหนังช่วงตรุษจีนมาหลายปี
เคยมีใครมาชุบมือเปิบแย่งผลงานไปแบบนี้ที่ไหนกัน?
ครั้งนี้เขากล้ำกลืนความโกรธไม่ลงจริง ๆ
เดิมทีคิดว่าใช้วิธีตรง ๆ ไม่ได้ ก็ใช้วิธีสกปรกแทน อย่างไรเสีย นี่ก็เป็นคุณสมบัติอันดีงามของคนประเทศซากุระอยู่แล้ว
