หลินเฉินลุกขึ้นโบกมือเบา ๆ พลังวิญญาณธาตุไฟอันแข็งแกร่งพลันแผ่กระจาย บ่อโลหิตระเหยหายไปในพริบตา
ค่ายกลที่วางไว้ในคุกใต้ดินแห่งนี้ก็สลายตามไปด้วย
เขากวาดตามองรอบด้าน ผู้ที่ถูกขังอยู่ข้างในแทบทั้งหมดล้วนเป็นผู้ฝึกตน
นอกจากศิษย์สำนักชิงซานคนหนึ่งแล้ว ยังมีอีกสามคนที่เป็นศิษย์สำนักอื่น
เมื่อเห็นเช่นนี้ หลินเฉินไม่ได้รู้สึกประหลาดใจ กลับเริ่มสงสัยอาจารย์หูผู้นั้น
เมืองชิงเฟิงอยู่ห่างจากสำนักชิงซานไม่ถึง 300 ลี้ ทั้งยังอยู่ในเขตปกครองของสำนัก
ผู้ฝึกตนชั่วร้ายที่มีพลังเพียงขั้นรวมลมปราณระดับเจ็ดผู้นี้ กล้าสังหารผู้บริสุทธิ์อย่างอุกอาจในที่แห่งนี้ แถมยังจับศิษย์สำนักชิงซานมาอีก ความกล้าของเขาไม่ธรรมดาเลย
นี่เป็นการท้าทายอำนาจบารมีของสำนักชิงซานอย่างชัดแจ้ง
ในฐานะศิษย์เข้าสังกัดของประมุข หลินเฉินมีหน้าที่และความรับผิดชอบต้องจัดการเรื่องนี้
“ช่วยคนก่อน!”
ทุกคนที่อยู่ที่นี่ล้วนเป็นพยาน หลินเฉินจึงเริ่มร่ายคาถาช่วยรักษาพวกเขา
ครึ่งชั่วยามต่อมา ทั้งสิบสองคนก็ฟื้นคืนชีพและได้สติกลับมา
ส่วนอีกแปดคนหมดหนทางช่วยเหลือแล้ว
“ตอนนี้เล่าให้ข้าฟัง พวกเจ้าโดนเล่นงานและถูกจับมาที่นี่ได้อย่างไร”
หลินเฉินชี้ไปยังศิษย์นอกสำนักชิงซาน “เจ้าเล่าก่อน”
“ศิษย์พี่หลิน เรื่องเป็นเช่นนี้...”
คนผู้นั้นเล่าเหตุการณ์ที่ถูกจับมาให้ฟังด้วยความซาบซึ้งใจที่รอดพ้นจากเคราะห์ร้าย
ที่แท้เขาได้รับภารกิจจากสำนักให้มาสืบเรื่องคนหายที่นี่
สุดท้ายสืบไปพบว่าเกิดเหตุผีสิงในบ้านเก่าของตระกูลหลิน จนผู้คนทั่วทั้งเมืองหวาดผวา
เขาจึงเข้าไปตรวจสอบ
แต่ทันทีที่เข้าไปด้านใน เขาก็ได้กลิ่นหอมประหลาด ก่อนจะหมดสติไป
