ไม่นานนัก คนกลุ่มหนึ่งก็เดินเข้าไปในจวนเจ้าเมือง
หลินเฉินกวาดตามองเทียบกับความทรงจำ เมื่อผ่านไปครึ่งปี จวนเจ้าเมืองในยามนี้กลับขยายใหญ่ขึ้นกว่าเดิมถึงสองเท่า
เรือนหลังนั้นที่เขาขายให้โรงรับจำนำไปก่อนหน้านี้ บัดนี้ถูกรวมเข้าเป็นส่วนหนึ่งของจวนเจ้าเมืองแล้ว
“เจ้าเมืองผู้นี้ดูมีอำนาจไม่น้อยเลยนะ!”
หลินเฉินถูกพาเข้าไปยังโถงรับรองด้วยความอยากรู้อยากเห็น
ฮูหยินเจ้าเมืองและคนอื่น ๆ ล้วนออกไปหมดแล้ว มีสาวใช้ยกชาหอมเข้ามาให้
หลินเฉินยืนอยู่กลางโถง พลันนึกถึงเรื่องในอดีต
เจ้าเมืองฉินเคยข่มขู่ล่อหลอกเขาอยู่ที่นี่ เพื่อให้ยอมมอบสิทธิ์เข้าร่วม
ผ่านไปครึ่งปี เขากลับมายังสถานที่แห่งนี้อีกครั้งจนได้
เมื่อนึกถึงความแตกต่างระหว่างวันนั้นกับวันนี้ ในใจก็อดทอดถอนใจไม่ได้
หลินเฉินนั่งลงบนเก้าอี้ แล้วแผ่ญาณวิญญาณออกไปปกคลุมจวนเจ้าเมืองทั้งหลัง
ทุกความเคลื่อนไหวภายในล้วนอยู่ในสายตาของเขา
เห็นฮูหยินเจ้าเมืองพาชายหนุ่มสามคนมุ่งตรงไปยังเรือนด้านข้างของจวน
ภายในมีชายวัยกลางคนสวมชุดนักพรต ผู้มีท่าทางราวกับเซียนผู้หลุดพ้นจากโลกีย์
หลินเฉินตรวจสอบได้อย่างง่ายดายว่า พลังฝึกตนที่แท้จริงของเจ้าหมอนี่มีเพียงขั้นรวบรวมลมปราณระดับ 7 เท่านั้น
หากอยู่ในเมืองชิงเฟิง เขาก็นับเป็นเจ้าถิ่นผู้ทรงอิทธิพลอย่างแท้จริง
หากดูเพียงรูปลักษณ์ภายนอกนี้ ย่อมหลอกคนได้ไม่น้อย
ทว่าบนตักของชายผู้นั้นกลับมีหญิงงามเย้ายวนสองคนนั่งอยู่
คนหนึ่งนั่งบนต้นขาแต่ละข้าง ทั้งคู่โอบคอเขาไว้ หยิบผลไม้บนโต๊ะมาปอกเปลือกแล้วป้อนถึงปากด้วยตนเอง
มือใหญ่ทั้งสองข้างของนักพรตผู้นั้นลูบไล้ไปตามเรือนร่างของหญิงสาวทั้งสองไม่หยุด ใบหน้าเปี่ยมสุขอย่างยิ่ง
