แกร่ก…
ห่วงล็อกไถลไปบนโซ่เหล็ก
บนที่สูง แค่สายลมภูเขาพัดเบา ๆ ก็ทำให้บันไดเมฆาไหวได้
นักท่องเที่ยวเป็นแถวเหยียบขึ้นไป คนใจกล้าก้าวฉับ ๆ มุ่งหน้าขึ้นตรง ๆ
ส่วนคนใจไม่ถึงก็ติดแหง็กอยู่กับคานเหล็ก สองขาสั่นเป็นเจ้าเข้า
เส้นทางนี้ ต่อให้ตอนอยู่ข้างล่างจะโห่ร้องแค่ไหนก็ไม่มีประโยชน์ ใครขึ้นมาก็รู้ว่ามันน่ากลัว
เสียงเตือนจากสายรัดข้อมือดังขึ้นต่อเนื่อง
[ติ๊ง อัตราการเต้นของหัวใจเกิน 140…]
[ติ๊ง! อัตราการเต้นของหัวใจเกิน 160…]
[ติ๊ง! อัตราการเต้นของหัวใจเกิน 180! จะบังคับให้ออกจากไต่บันไดเมฆ…]
ความเคลื่อนไหวครั้งนี้ทำให้ทุกคนที่กำลังปีนป่ายหันมามอง
ผู้หญิงที่ยืนตัวสั่นไม่หยุดบนบันไดคนนั้นกรีดร้องลั่น ทันใดนั้นแท่งเหล็กที่อยู่ใต้เท้าเธอก็หดกลับกะทันหัน ทั้งร่างของเธอก็เหมือนกับจู้โส่วเมื่อครู่ ร่วงลงไปรวดเดียว
"โอ้วววววว!!!"
ผู้หญิงคนนั้นห้อยอยู่ใต้บันไดเมฆา ตาเหลือก แทบอยากจะเป็นลมให้รู้แล้วรู้รอด
นี่มันน่ากลัวกว่าตอนแรกอีก!
แต่บนใบหน้าคนอื่นไม่เห็นความเห็นใจเลยแม้แต่น้อย กระทั่งหัวหน้าคณะทัวร์จ้าวหมั่ง พอเห็นสมาชิกในทีมตัวเองร่วงลงไป ก็แค่ชะเง้อคอมองด้วยความสงสัยว่าเธอจะถูกบังคับส่งลงไปยังไง
แกรก
เหมือนมีอะไรปลดล็อก เสียงร้องโหยหวนของผู้หญิงคนนั้นถูกผนึกไว้ในลำคอ จากนั้นทั้งร่างก็ราวกับได้นั่งรางเลื่อนสลิง ไถลลงไปตามโซ่เหล็กใต้บันไดเมฆาอย่างลื่นไหล
"เฮ้ย!"
ทุกคนจับจ้องไม่วางตา เสียงของเธอก็ค่อย ๆ เปลี่ยนจากหวาดกลัวเป็นตื่นเต้น
เสียงลมพัดผ่านหูรวดเร็ว ใต้ฝ่าเท้าคือท้องฟ้ากว้างไกลและป่าไม้เขียวชอุ่ม เหนือขึ้นไปเป็นเรียวขาคู่แล้วคู่เล่าที่พยายามทำเป็นนิ่ง
