กวี, วาด, ขับ, ร่าย
ภารกิจย่อยทั้งสี่สาย แยกผู้คนให้กระจายตัวออกไปทันที
เสี่ยวหลี่ตามหลังเสิ่นจวงมา มองตาเฒ่านั่นหยิบป้าย[กวี]ขึ้นมาก่อน แล้วก็รีบก้าวไปหยิบขึ้นมาอันนึงอย่างรวดเร็วเช่นกัน
“เอ้า! อา...เฉิน! ผมเผลอหยิบผิดน่ะ!”
เสี่ยวหลี่ถือป้าย[ขับ]พลางยิ้มโดยไม่มีท่าว่าจะรู้สึกผิดแม้แต่น้อย “น้องเล็ก เปลี่ยนได้ไหม?”
เด็กประจำการยังคงยิ้ม แต่ส่ายหน้า ส่งสัญญาณให้เขาเข้าไปได้แล้ว
“เฮ้อ! น่าเสียดาย! น่าเสียดายจัง!”
เสี่ยวหลี่รีบเก็บป้าย พลางถอนหายใจแล้วเผ่นแน่บไป
ล้อเล่นหรือไง!
พวกตาแก่ต่างหากที่ชอบบทกวีหรือภาพวาดอะไรนั่น เขาต้องไปฟังเพลงเพราะๆ สิ!
เขาหายวับไปในพริบตา เสิ่นจวงโกรธจนขบเขี้ยวเคี้ยวฟันแต่ก็จนปัญญา ได้แต่หันหลังเดินเข้าไป
ด้านหลัง จู้โส่วคิดอยู่ครู่หนึ่ง ในเมื่อเป็นการทำภารกิจ ก็ต้องเลือกสิ่งที่ตัวเองถนัด
กวีกับวาดมันเป็นศิลปะเกินไป ตัวเขาเองไม่เข้าใจแม้แต่น้อย
รำร่าย?
มองดูเนื้อหนัง 200 ชั่งบนร่างตัวเองแล้ว เกรงว่าคงไม่มีวาสนากับมัน
มีเพียง[ขับ]นี่แหละ เพราะตัดต่อคลิปมามากมาย เขาจึงรู้จักดนตรีต่าง ๆ มากกว่า
ไม่ลังเลอีกต่อไป เขาแยกตัวจากผิงผิงที่เลือก[กวี]และถือป้าย[ขับ]เข้าไป
ส่วนโจวพั่วสามคนน่ะ ขอโทษด้วย
เขาเป็นพวกคุณหนูไฮโซ พวกเขายอมรับ
ทั้งสามหัวเราะหึ ๆ ทำท่าทะเล้น ๆ ถือป้าย[ร่าย]เดินเข้าไป
เพื่อนซี้ทั้งหลาย! เมื่อตะกี้นายท่าน!
————
ก้าวเข้าไปในศาลา สิ่งแรกที่เห็นคือฉากกำแพงโบราณ ด้านบนสลักเป็นภาพภูผาธาราลายมังกรเริงระบำอย่างสวยงาม
ส่วนซ้ายและขวาแขวนแผ่นไม้ไว้ฝั่งละแผ่น
สายกวีวาดเดินไปทางซ้าย สายขับร่ายเดินทางขวา
