“หืม?”
พอได้ยินคำพูดนั้น ฮูหยินเฒ่าสกุลซูก็ชะงักงัน
ไม่ใช่แค่นางเท่านั้น
แม้แต่โถงใหญ่ที่เดิมทีเต็มไปด้วยบรรยากาศตึงเครียด ก็พลันตกอยู่ในความเงียบ
ทุกคนต่างนิ่งอึ้งไปเล็กน้อย
ซูอินจื่อ เฮยเต่าฟางจื่อ รวมถึงพวกญี่ปุ่นอีกกลุ่มหนึ่ง และคนสกุลซูที่ถูกมัดมือมัดเท้า ต่างพากันกวาดตามองไปรอบ ๆ
แววตาเต็มไปด้วยความงุนงง!
เสียงนี้มาจากไหน?
เกิดอะไรขึ้น?
หรือคืนนี้ยังมีคนอื่นอยู่ในสกุลซูอีก?
“ฟิ้ว!”
ในจังหวะนั้นเอง
เสียงแหวกอากาศแหลมคมดังขึ้น พร้อมกับแสงสีทองเจิดจ้าสายหนึ่งที่พลันปรากฏ ก่อนร่อนลงกลางโถงใหญ่อย่างมั่นคง
เมื่อแสงจางลง เด็กหนุ่มร่างผอม หน้าตาหมดจดและดูเย็นชา ก็ปรากฏขึ้นในสายตาของทุกคน
เขาคือเฉินโม่
เมื่อเห็นชายหนุ่มที่จู่ ๆ ก็โผล่เข้ามา ทุกคนต่างมองหน้ากันไปมา
“นี่คือ...”
ฮูหยินเฒ่าสกุลซูมองสำรวจเฉินโม่ แววตาเต็มไปด้วยความสับสน
คำพูดเมื่อครู่นี้
เด็กหนุ่มคนนี้เป็นคนพูดงั้นหรือ?
เขาเป็นใครกัน?
เหตุใดจู่ ๆ ถึงมาที่สกุลซู แถมยังช่วยสกุลซูจัดการพวกญี่ปุ่น?
นางมั่นใจได้ว่า
ตลอดชีวิตที่ผ่านมา นางไม่เคยพบเฉินโม่มาก่อนเลย
พวกญี่ปุ่นเองก็กำลังมองเฉินโม่ตั้งแต่หัวจรดเท้า
