หลินชางไห่ไม่ปิดบังอะไร ตอบตรง ๆ ว่า “อาจารย์ บ้านของเด็กคนนี้อยู่ในอำเภอเล็ก ๆ พ่อเสียตั้งแต่เธอยังเด็ก แม่ก็ต้องกินยามาหลายปี แล้วยังมีน้องชายที่กำลังเรียนมัธยมปลายอีกคน”
“ฐานะทางบ้านย่ำแย่มาก เธอเป็นเสาหลักของครอบครัว กลางวันเรียนหนังสือ กลางคืนยังต้องทำงานพิเศษที่บาร์ เรียกได้ว่าคนคนเดียวแทบต้องแบ่งร่างออกเป็นสองคน!”
หลินชางไห่ลูบเคราอย่างมั่นใจเต็มเปี่ยม
“เด็กแบบนี้ขาดแคลนทั้งเงินทองและที่พึ่ง!”
“อาจารย์ พอจัดการงานประมูลวันนี้เสร็จ ข้าจะไปหาเธอถึงบ้านด้วยตัวเอง พูดคุยให้เข้าใจ รับรองว่าจัดการได้เรียบร้อยแน่นอน”
เฉินโม่เลิกคิ้ว
นึกไม่ถึงว่าจะเป็นเด็กสาวที่ชีวิตลำบากอีกคน
“อืม จำไว้ แค่เธอยอมกราบข้าเป็นอาจารย์ ก็ให้เงินครอบครัวเธอไปบ้าง จะได้ช่วยให้ความเป็นอยู่ดีขึ้น”
“ท่านวางใจได้ ข้าเข้าใจทุกอย่าง” หลินชางไห่ตอบ
เฉินโม่ไม่ได้พูดอะไรต่อ
ไม่นาน รถก็จอดที่ตรอกหลังบาร์แห่งหนึ่งกลางเมือง
บาร์เขาวงกต
ค่อนข้างมีชื่อเสียงในเจียงเป่ย
“ถึงแล้วขอรับ!”
พอรถจอดสนิท หลินชางไห่ก็ให้คนขับหยิบหน้ากากมาปึกหนึ่ง
เขาสวมหน้ากากเสือโคร่ง ส่วนที่เหลือยื่นให้เฉินโม่
“นี่หมายความว่าอย่างไร?” เฉินโม่ถามอย่างอดสงสัยไม่ได้
“อาจารย์ งานประมูลตลาดมืดใต้ดินแบบนี้มีที่มาไม่โปร่งใส ไม่มีหน่วยงานทางการรับรอง”
“หลายคนพอประมูลได้ของล้ำค่าไป ก็มักตกเป็นเป้าสายตาคนอื่น การสวมหน้ากากปิดบังใบหน้าที่แท้จริงช่วยลดปัญหาถูกฆ่าชิงทรัพย์ได้ไม่น้อย”
