“ใช่ เขานั่นแหละ...” เจียงอีหนั่วสะอื้นไห้พลางยืนยัน
เมื่อได้รับคำยืนยัน เฉินโม่ก็เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย
เขาเข้าใจทุกอย่างแล้ว
ต้องเป็นเพราะเจียงวั่นหลินกับภรรยาทนชีวิตที่ไม่เหลืออะไรไม่ไหว
ถึงได้ขายลูกสาว หวังอาศัยเว่ยหยงหัวสร้างตัวขึ้นมาใหม่
ส่วนเว่ยหยงหัว
คงไม่รู้แน่ว่าเจียงอีหนั่วเป็นผู้หญิงของเขา
ไม่อย่างนั้น ต่อให้ยืมความกล้าสักร้อยเท่าก็คงไม่กล้าหมั้นหมายกับเธอ
แถมยังกล้าเชิญเขามาร่วมงานอีก!
เมื่อปะติดปะต่อเรื่องราวทั้งหมดได้ เฉินโม่ก็ส่ายหน้า
ชั่วขณะหนึ่ง เขาไม่รู้ว่าควรโกรธหรือหัวเราะดี
พวกมดปลวกกลุ่มนี้
เขาแค่ไม่ได้สนใจพวกนั้นไม่กี่วัน ก็เล่นลูกไม้กันใหญ่โตขนาดนี้เลยหรือ?
“ฮือ ๆ... พี่เฉินโม่ ฉันทรมานใจเหลือเกิน ทำไมฉันถึงมีพ่อแม่แบบนี้... ฮือ ๆ” เจียงอีหนั่วยังคงร้องไห้หนัก
เฉินโม่เผยแววปวดใจขึ้นมาวูบหนึ่ง
เขาตบไหล่หญิงสาวเบา ๆ แล้วปลอบว่า “พอแล้วอีหนั่ว อย่าร้องไห้เลย เดี๋ยวฉันเรียกพ่อลูกตระกูลเว่ยกับพ่อแม่เธอมาตอนนี้เลย”
“จะได้จัดการพวกเขาให้จบในคราวเดียว จะได้ไม่ต้องมีเรื่องปวดหัวพวกนี้อีก”
“ไม่เอา... คืนนี้ฉันไม่มีอารมณ์จัดการเรื่องพวกนั้น... ฮือ ๆ ฉันอยากให้พี่ปลอบฉัน”
เจียงอีหนั่วกอดเฉินโม่แน่นยิ่งกว่าเดิม
เฉินโม่สูดลมหายใจลึก
แค่เห็นเธอทำท่าบิดก้น เขาก็รู้แล้วว่าจะมาไม้ไหน
เขาอดพูดอย่างจนใจไม่ได้ “อีหนั่ว คืนนี้เธอยังมีอารมณ์ทำเรื่องนั้นอีกหรือ?”
“ฮือ ๆ... ก็เพราะอารมณ์ไม่ดีถึงอยากทำไง ในกระเป๋าฉันมีชุดพยาบาลด้วย... พี่เฉินโม่ ปลอบฉันหน่อยสิ”
เจียงอีหนั่วร้องไห้จนหน้าเปื้อนน้ำตาเหมือนแมวน้อย ก่อนจะออดอ้อนเสียงเบา
เฉินโม่ถอนหายใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า
จะพูดอะไรได้อีกล่ะ?
เขาช้อนตัวเธอขึ้นมาในอ้อมแขน
“ก็ได้ คืนนี้ฉันจะปลอบเธอก่อน พรุ่งนี้เราค่อยไปงานเลี้ยงด้วยกัน แล้วจัดการเรื่องบ้า ๆ นี่ให้เรียบร้อย”
“อืม...”
เจียงอีหนั่วพยักหน้า
แต่ก่อนจะเริ่ม เธอกลัวว่าพ่อแม่จะออกตามหากันให้วุ่นวายจนเสียอารมณ์
จึงส่งข้อความหาพ่อแม่ไว้ก่อน
…………
ตระกูลเจียง
การที่ลูกสาวจากไปอีกครั้ง ทำให้เจียงวั่นหลินกับภรรยาปวดหัวหนักกว่าเดิมอย่างไม่ต้องสงสัย
