เมื่อมองเรือนร่างเย้ายวนตรงหน้า
และได้ฟังคำสารภาพรักที่ชวนให้เลือดลมพลุ่งพล่าน
เฉินโม่ก็ถอนหายใจลึก ๆ
แทบจะอดใจไม่ไหวแล้ว
แต่...
ตอนนี้จะนอนกับเธอได้หรือ?
แน่นอนว่าไม่ได้
วันนี้เขามาเพื่อรับศิษย์
ยังไม่ทันรับศิษย์เข้ามาในสำนัก เมล็ดธรรมก็ยังไม่ได้ฝังลงไป กลับชิงนอนกับศิษย์เสียก่อนอย่างนั้นหรือ?
ทำแบบนี้ เฉินโม่จะต่างอะไรกับพวกสัตว์เดรัจฉานกัน?
“หยวนอิง ลุกขึ้นเถอะ”
เฉินโม่สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ แล้วข่มจิตใจให้สงบ
เขาโบกมือปฏิเสธ “การตอบแทนบุญคุณไม่ใช่แบบนี้!”
“เอ๊ะ?”
ดวงตาคู่งามของหยวนอิงฉายแววประหลาดใจ
ตามที่พ่อบอกไว้
ถึงเวลาแบบนี้ ผู้มีพระคุณก็ควรจะปฏิเสธพอเป็นพิธี
แล้วค่อยยอมรับอย่างเสียไม่ได้ ก่อนจะอุ้มเธอเข้าห้องนอนไม่ใช่หรือ?
ทำไมถึง...
ทำไมถึงปฏิเสธล่ะ?
“หยวนอิง โทรเรียกพ่อเธอกลับมาเถอะ พวกเรากินข้าวกันก่อน ไม่ต้องพูดถึงเรื่องปรนนิบัติอะไรทั้งนั้น ฉันไม่ได้มาเพื่อให้เธอมาปรนนิบัติ” เฉินโม่ตอบ
“เอ่อ...”
หยวนอิงชะงักไปครู่หนึ่ง ยังจับต้นชนปลายการกระทำของเฉินโม่ไม่ถูก
แต่ก็ยังพยักหน้าอย่างว่าง่าย “ได้ค่ะ อาอิงจะทำตามที่ผู้มีพระคุณสั่งทุกอย่าง”
พูดจบ
เธอก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาพ่อ
ไม่นานปลายสายก็รับ
“ฮัลโหล? พ่อ กลับมาได้แล้วค่ะ” หยวนอิงพูดเสียงเบา
“อะไรนะ?”
“ให้กลับไปเหรอ?”
อีกด้านของสาย
จางหลิงซงที่กำลังนั่งยอง ๆ สูบบุหรี่อยู่ตรงบันไดโรงแรม
ถึงกับนิ่งอึ้งไปทันที!
กลับตอนนี้เลยเหรอ?
นี่มัน...
จางหลิงซงเหลือบมองเวลา เพิ่งผ่านไปแค่ห้านาทีเอง!
มันไม่ควรเป็นแบบนี้สิ!
ผู้ยิ่งใหญ่ระดับผู้อาวุโสแบบนั้น จะใช้เวลาแค่นี้ได้ยังไง?
“อาอิง เกิดอะไรขึ้น? ทำไมถึงเร็วขนาดนี้? เธอปรนนิบัติไม่ดีตรงไหน จนทำให้ผู้อาวุโสไม่พอใจหรือเปล่า?” จางหลิงซงรีบถาม
หยวนอิงเม้มริมฝีปากแดง ใบหน้างามแดงระเรื่อ เตรียมจะอธิบาย
แต่...
จู่ ๆ
เฉินโม่ก็ยื่นมือมาคว้าโทรศัพท์ไป
“คุณเข้าใจผิดแล้ว”
เฉินโม่พูดกับปลายสายด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “ไม่ใช่ว่าเธอปรนนิบัติไม่ดี แต่ฉันไม่จำเป็นต้องให้เธอมาปรนนิบัติ”
