“ซี๊ด...”
เว่ยหยงหัวสะดุ้งโหยงด้วยความตกใจ
เขาหันขวับไปมองเจียงอีหนั่วที่ยืนอยู่ข้างเฉินโม่
เมื่อครู่มัวแต่หวาดหวั่นจนไม่ได้มองเจียงอีหนั่วให้ดี
พอได้เห็นชัด ๆ นี่ไม่ใช่ลูกสาวของเจียงวั่นหลินหรอกหรือ?
เพียงชั่วพริบตา เขาก็เข้าใจทุกอย่าง
ไอ้ลูกอกตัญญูเอ๊ย!
เว่ยจื่อเซวียน ไอ้สารเลวนั่นทำพ่อซวยยับเลย!
“เข้าใจผิดครับ! ท่านปรมาจารย์ เข้าใจผิดกันใหญ่แล้ว!”
เว่ยหยงหัวโขกศีรษะกับพื้นทันที “ผมไม่รู้เรื่องเลย! ถ้ารู้ว่าคุณหนูเจียงเป็นคนของท่าน ต่อให้มีความกล้าสักหมื่นเท่าก็ไม่กล้าจัดงานเลี้ยงนี้หรอกครับ!”
“ฉันรู้ว่านายไม่รู้เรื่อง”
เฉินโม่กล่าวเสียงเรียบ
เว่ยหยงหัวค่อยโล่งใจไปได้ครึ่งหนึ่ง
“แต่ลูกชายนาย เขารู้อยู่แล้ว”
ตูม!
เว่ยหยงหัวที่เพิ่งโล่งใจไปครึ่งหนึ่ง พลันใจหายวาบอีกครั้ง
คำพูดนี้หมายความว่าอย่างไร?
จู่ ๆ เว่ยหยงหัวก็เริ่มคาดเดาเรื่องน่ากลัวขึ้นมาได้
หรือว่า...
“เจ้าสามอยู่ไหน?”
เมื่อนึกขึ้นได้ เว่ยหยงหัวก็หันกลับไปฉับพลัน ดวงตาแดงก่ำ “เจ้าสามอยู่ที่ไหน?”
“นะ...นายท่าน!” พ่อบ้านชี้ไป “คุณชายสามอยู่ตรงนั้นครับ...”
ข้างเวทีหมั้น เว่ยจื่อเซวียนนอนแผ่อยู่บนพื้น ร่อแร่ใกล้ตาย
“ไป พ่อบ้าน ลงมือเอง ฆ่าไอ้ลูกอกตัญญูคนนี้ให้ฉัน!” เว่ยหยงหัวตวาด
“หา?”
พ่อบ้านชะงักงัน
เว่ยจื่อเซวียนเองก็อึ้งไปเช่นกัน
คนทั้งงานต่างพากันตะลึง
ฆ่าลูกอกตัญญูคนนี้หรือ?
แขกนับร้อยคนต่างสงสัยว่าหูตัวเองมีปัญหา
ถ้าการที่เว่ยหยงหัวคุกเข่าลงเมื่อครู่ทำให้ทุกคนตกตะลึงกันแล้ว
คำว่า “ฆ่า” ประโยคนี้ก็ทำให้คนทั้งงานเงียบกริบไปในทันที
นั่นลูกชายแท้ ๆ ของเขาเลยนะ!
