หลินหว่านเอ๋อร์ได้สติกลับมา ก่อนจะกระแอมเบา ๆ แล้วแสร้งทำเป็นประหลาดใจ “นายมาจริง ๆ เหรอ?”
“แน่นอนอยู่แล้ว!”
ฉู่หมิงอวี่แค่นหัวเราะ “ฉันยังไงก็ต้องมาดูให้เห็นกับตาว่าใครมันแน่ถึงได้คว้าคนในดวงใจของฉู่หมิงอวี่ไป!”
หลินหว่านเอ๋อร์แค่นเสียงเย็นชา
ไม่ได้ตอบอะไร
มุมปากเผยรอยยิ้มพอใจบาง ๆ จนแทบสังเกตไม่เห็น ก่อนจะหันหลังเดินตรงไปหาเฉินโม่
ฉู่หมิงอวี่เดินตามไปอย่างวางท่าไม่แยแส พร้อมบอดี้การ์ดชุดดำเจ็ดคนที่แผ่รังสีคุกคาม
เพื่อนร่วมชั้นทุกคนต่างตกตะลึง สายตาจับจ้องคนกลุ่มนั้นไม่วางตา
ทุกคนไม่ได้โง่ พริบตาเดียวก็เข้าใจเรื่องราวแล้ว
คุณชายผู้ร่ำรวยจอมวางท่าคนนี้ เห็นได้ชัดว่าเป็นชายที่ตามจีบดาวคณะหลิน
และที่เขาพาคนมาถึงห้องเรียนในครั้งนี้ ก็เพราะหลินหว่านเอ๋อร์มีแฟนแล้ว!
แต่แฟนของเธอคือใครกัน?
คำถามนี้เพิ่งผุดขึ้นในหัวของทุกคน
วินาทีถัดมา สายตาทั้งหมดก็หันขวับไปทางเฉินโม่พร้อมกัน
หวังพั่งจื่อเองก็หันขวับไปมองเพื่อนซี้โม่ที่นั่งข้าง ๆ ตาเบิกกว้าง
ตลอดสองวันที่เปิดเทอมมา ผู้ชายที่ได้ใกล้ชิดกับดาวคณะหลินมากที่สุด แถมยังเป็นฝ่ายถูกเธอชวนคุยก่อน ก็มีแค่เฉินโม่เท่านั้น!
“โห ไม่มั้ง?”
หวังพั่งจื่อกลืนน้ำลาย “เจ้าโม่ทำตัวเงียบ ๆ ไม่โดดเด่น ที่แท้ก็คว้าดาวคณะหลินมาเป็นแฟนได้ด้วยเหรอ?”
เป็นอย่างที่คิด!
วินาทีถัดมา หลินหว่านเอ๋อร์หยุดอยู่ข้างโต๊ะของเฉินโม่พอดี
ตอนนี้เฉินโม่เก็บกระเป๋าเรียบร้อยแล้ว กำลังจะลุกออกไป
จู่ ๆ หลินหว่านเอ๋อร์ก็ยื่นมือขาวผ่องทั้งสองข้างออกมาคว้าแขนเสื้อของเฉินโม่ไว้ แล้วแนบตัวเข้าหาเขาครึ่งหนึ่ง
“ที่รัก อย่าเพิ่งไปสิ มีคนมาหาเรื่องน่ะ” หลินหว่านเอ๋อร์พูดเสียงออดอ้อนเจือความน้อยใจ
