“หัวหน้า ในที่สุดก็ได้หยุดพักสักที ทำไมยังมาที่สถานีอีกล่ะ?”
ฉีเยี่ยนเพิ่งก้าวเข้าไปในลานของสถานี สวีเจี้ยนก็ไม่รู้โผล่มาจากไหน พุ่งเข้ามาหาเขา
“มีธุระ” เขาตอบเสียงขรึม
สวีเจี้ยนพยักหน้ารับเล็กน้อย ก่อนจะเลิกคิ้วขึ้น สีหน้าหยอกเย้า “หัวหน้า เมื่อกี้... สาวสวยที่อยู่ข้างนอกคนนั้นเกี่ยวข้องอะไรกับหัวหน้าล่ะ? ไปรู้จักสาวสวยขนาดนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่ ไม่เห็นบอกผมเลย”
“ว่างมากนักหรือไง?” น้ำเสียงของฉีเยี่ยนเย็นเยียบ
“ก็เมื่อกี้ตอนผมกลับมา บังเอิญเห็นพอดีน่ะสิ หัวหน้าทะเลาะกับเขามาเหรอ?”
สวีเจี้ยนสังเกตสีหน้าของฉีเยี่ยน แล้วพูดต่อ “หัวหน้า ทำแบบนี้ไม่ได้นะ ดุอยู่ได้ทั้งวัน สาวที่ไหนจะกล้า...”
ยังพูดไม่ทันจบ สายตาคมกริบของฉีเยี่ยนก็พุ่งใส่ สวีเจี้ยนรู้สึกราวกับถูกบีบคอจนพูดไม่ออก สีหน้าแข็งค้างอยู่เช่นนั้น
“ผมผิดไปแล้ว ผมผิดไปแล้ว”
รู้ดีว่าขืนอยู่ต่อคงซวยแน่ เขาจึงรีบเผ่นหนีไปอย่างลนลาน
ด้านนอก
หลังฉีเยี่ยนจากไป ลี่อันยังยืนนิ่งอยู่ที่เดิมอีกพักใหญ่ เธอสูดหายใจลึก ยกมือแตะหางตาที่รู้สึกแสบระคายเบา ๆ
ฉีเยี่ยนเป็นแบบนี้ เธอไม่ได้แปลกใจเลย
ตอนแยกทางกัน พวกเขาไม่ได้จากกันด้วยดี ต่างพูดจาร้ายกาจใส่กันจนหมด
เขาจะเกลียดเธอก็เป็นเรื่องปกติ
ตอนขับมา เธอจอดรถไว้ที่ลานจอดรถใกล้ ๆ
เธอเดินไปจนเจอรถของตัวเอง แล้วขึ้นไปนั่ง
ในช่องเก็บของตรงที่นั่งคนขับยังมีบุหรี่ครึ่งซองที่เธอวางไว้ก่อนหน้านี้
เมื่อครู่เห็นฉีเยี่ยนสูบบุหรี่ ความอยากสูบของเธอก็พลอยถูกกระตุ้นขึ้นมา
เธอหยิบบุหรี่ออกมามวนหนึ่ง คีบไว้ระหว่างนิ้วอย่างแผ่วเบา ก่อนค่อย ๆ ยกขึ้นแตะริมฝีปากแล้วจุดไฟ
ควันสีขาวลอยกรุ่นขึ้นมาในยามที่เธอพ่นลมหายใจ ก่อนจะกระจายเบื้องหน้า สายตาของเธอเริ่มพร่ามัว
พื้นที่ปิดมิดชิดและคับแคบอบอวลไปด้วยควันบาง ๆ ในเวลาไม่นาน ร่างทั้งร่างของเธอจมอยู่ในม่านควัน
ลี่อันเอนพิงพนักเก้าอี้คนขับ เงยหน้าขึ้นเล็กน้อยแล้วหลับตา อาศัยสัญชาตญาณสูบบุหรี่ที่เหลือจนหมด
กลิ่นนิโคตินคลุ้งอยู่ตรงปลายจมูก
ภาพเมื่อครู่ผุดขึ้นมาในหัวโดยไม่รู้ตัว นอกจากความอับอายในตอนนั้นแล้ว เธอยังนึกถึงฉีเยี่ยนกับตำรวจหญิงแซ่ซ่งคนนั้นด้วย
แม้ตำรวจหญิงแซ่หลี่จะไม่ได้ตอบคำถามของเธอตรง ๆ แต่ลี่อันคิดว่าพวกเขาน่าจะเป็นคนรักกัน
ไม่อย่างนั้นฉีเยี่ยนจะไปบ้านของเธอทำไม
คงใกล้จะแต่งงานกันแล้วสินะ ถึงขั้นได้พบผู้ใหญ่ของอีกฝ่ายแล้วด้วย
ก็จริง เขาอายุถึงวัยที่ควรแต่งงานแล้ว
พวกเขาทำงานอาชีพเดียวกัน คงมีเรื่องให้พูดคุยกันมากมาย
ทั้งส่วนสูงและหน้าตาก็เหมาะสมกันดี
พอคิดดูแล้ว เรื่องพวกนี้ก็ไม่ใช่สิ่งที่เธอควรใส่ใจอีกต่อไป เป็นเรื่องของคนอื่น ไม่เกี่ยวกับเธอแล้ว
แต่เธอกลับห้ามตัวเองไม่ให้คิดไม่ได้
ลี่อันเลิกกับฉีเยี่ยนมาได้ 5 ปีแล้ว เธอเคยคาดไว้ว่าเขาคงมีคนรักคนใหม่
เพียงแต่พอมาเจอกันกะทันหัน เธอก็ยังตั้งตัวไม่ทันอยู่ดี
หัวใจราวกับเพิ่งผ่านสายฝนมา ทั้งชื้นแฉะ อึดอัดและหนักอึ้ง จนแทบหายใจไม่ออก
เธอจุดบุหรี่อีกมวน ผ่านไปเนิ่นนานจึงค่อยเปิดกระจกรถ ระบายกลิ่นควันออก แล้วสตาร์ตรถ
ลมต้นฤดูร้อนยังเจือความเย็นบางเบา พัดผ่านกระจกรถมาลูบไล้ใบหน้า
เส้นผมกับชายเสื้อปลิวไหวไปตามแรงลม
รถแล่นวนไปวนมา ก่อนจะจอดในลานจอดรถใต้ดินของซูเปอร์มาร์เก็ตใกล้หมู่บ้าน
ของใช้ในบ้านกำลังขาดพอดี ไหน ๆ ก็ผ่านมาทางนี้แล้ว เธอจึงแวะซื้อกลับไปด้วย
หลังลงจากรถ เธอหยิบน้ำหอมจากกระเป๋ามาฉีดบนตัวและในรถ เพื่อกลบกลิ่นบุหรี่ที่อาจยังหลงเหลืออยู่
จากนั้นเธอก็ขึ้นลิฟต์ไปยังซูเปอร์มาร์เก็ตชั้นบน
ช่วงนี้เธอกำลังหลงใหลการทำขนมอบ พอมีเวลาว่างก็จะทำขนมหวานตามบล็อกเกอร์อาหารในอินเทอร์เน็ต
ครีม ไข่ และแป้งที่บ้านจึงหมดไปมาก เธอซื้อมาอย่างละนิดหน่อย แล้วหยิบสตรอว์เบอร์รีมาอีก 2 กล่อง เตรียมไว้ตกแต่งหน้าเค้ก
“ลี่อัน?”
เธอหยิบของครบแล้ว กำลังจะไปจ่ายเงิน จู่ ๆ ก็ได้ยินใครบางคนเรียกชื่อ
ลี่อันคิดว่าตัวเองคงฟังผิด หรือไม่ก็เป็นคนที่ชื่อเดียวกับเธอ
เมื่อมองไปตามเสียง เห็นคนที่อยู่ไม่ไกลกำลังเดินตรงมาหา หัวใจของเธอก็กระตุกวูบอีกครั้ง
วันนี้ไม่รู้เกิดอะไรขึ้น ทั้งที่เธอกลับมาเป่ยเฉิงได้พักหนึ่งแล้ว ก่อนหน้านี้ก็ไม่เคยเจอคนคุ้นเคย แต่กลับได้พบหน้ากันทีละคนในเวลาไม่ถึงวัน
เมื่อร่างคุ้นตาที่แฝงความแปลกหน้าไว้บ้างเดินใกล้เข้ามา ลี่อันก็เริ่มประหม่าอย่างไม่มีเหตุผล
สีหน้าราวกับไม่ยอมอยู่ใต้อาณัติ เธอพยายามฝืนยกมุมปาก ส่งยิ้มที่ดูไม่เป็นธรรมชาติออกไป
“เป็นเธอจริง ๆ ด้วย!” เฉียวเยี่ยนเดินเข้ามาใกล้ พลางมองสำรวจเธอ “ทำไมมาอยู่ที่นี่ล่ะ? มาเที่ยวหรือว่า...”
“คุยกับใครอยู่เหรอ?”
เธอยังถามไม่ทันจบ อู๋เจิ้งที่เดินตามมาก็พูดแทรกขึ้น
เขาแค่หันไปหยิบของแวบเดียว พอหันกลับมา ภรรยาก็หายไปแล้ว พอหันไปอีกทางก็เห็นเธอกำลังเดินมาทางนี้ เขาจึงตามมาด้วย
ทันทีที่พูดจบ พอเห็นลี่อัน เขาก็ชะงักไปเล็กน้อย สีหน้าเปลี่ยนไปในทันที
“จะไปคุยอะไรกับคนแบบนี้ ระวังเธอจะพาเธอเสียคนไปด้วย”
พูดจบ เขาก็คว้ามือเฉียวเยี่ยนแล้วพาเดินจากไป
ลี่อันรู้ว่าเขากำลังออกหน้าแทนฉีเยี่ยน จึงไม่ได้พูดอะไร
“อันอัน...”
เฉียวเยี่ยนหันกลับมาเรียกเธอ แต่ฝีเท้าของอู๋เจิ้งไม่หยุดลง เขาพาเธอจากไปอย่างแข็งกร้าว
ตอนนั้นเองลี่อันถึงสังเกตเห็นว่า มืออีกข้างของเขาจูงเด็กผู้หญิงตัวเล็กอายุราว 3-4 ขวบอยู่ด้วย
คงเป็นลูกสาวของพวกเขาสินะ
เวลาผ่านไปเร็วจริง ๆ ตอนเธอจากเป่ยเฉิงไป พวกเขาเพิ่งแต่งงานกัน ตอนนี้ลูกโตขนาดนี้แล้ว
เด็กหญิงหันกลับมามองเธอแวบหนึ่ง
ลี่อันยังคงฝืนยิ้มอยู่เช่นเดิม ทว่ารอยยิ้มที่มุมปากแข็งค้างไปแล้ว
พอเดินไปอีกไม่กี่ก้าว พวกเขาก็หยุดลง ลี่อันไม่รู้ว่าพวกเขาคุยอะไรกัน
จากนั้นเธอก็เห็นเด็กหญิงวิ่งตรงมาหา เปียเล็ก ๆ สองข้างที่ถักไว้ข้างศีรษะเด้งดึ๋งตามจังหวะวิ่ง น่ารักเหลือเกิน
“คุณน้า...” เด็กหญิงวิ่งมาหยุดตรงหน้าลี่อัน เอียงศีรษะยิ้มให้เธอ แล้วแบมือเล็ก ๆ อวบป้อมออกมา ข้างในมีลูกอมเม็ดหนึ่ง “ให้ค่ะ”
ลี่อันรับมา เธอคลึงมันไว้ระหว่างนิ้ว ก้มมองอยู่นาน ก่อนจะค่อย ๆ กำมันไว้ในฝ่ามือ
พอเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง เด็กหญิงก็จากไปแล้ว
“คุณพ่อ... คุณแม่...”
เด็กน้อยวิ่งตามเฉียวเยี่ยนกับอู๋เจิ้งไป แผ่นหลังเล็ก ๆ เต็มไปด้วยความร่าเริง
ไม่รู้เพราะอะไร พอเห็นภาพตรงหน้า ดวงตาของลี่อันก็เริ่มร้อนผ่าว
ตอนเจอฉีเยี่ยน เธอไม่ได้คิดจะร้องไห้ แม้แต่อู๋เจิ้งพูดจาแบบนั้น เธอก็ยังไม่คิดจะร้องไห้
แต่ตอนนี้กลับต้องหลั่งน้ำตาเพราะความใจดีของเด็กคนหนึ่ง
“หนู เจอเรื่องอะไรมาเหรอ?”
คงเพราะเห็นเธอร้องไห้อย่างน่าสงสาร คุณป้าวัยกลางคนคนหนึ่งในซูเปอร์มาร์เก็ตจึงเดินเข้ามาถาม
ลี่อันฝืนยิ้มแล้วส่ายหน้า ทว่าน้ำตาในดวงตากลับพรั่งพรูราวกับไข่มุกที่ขาดสาย ไหลลงมาไม่หยุด
“โอ๊ย หนูหน้าตาสวยขนาดนี้ ร้องไห้เสียใจแบบนี้ ช่างน่าสงสารจริง ๆ มีใครรังแกหนูหรือเปล่า?”
ลี่อันส่ายหน้า
“อกหักหรือจ๊ะ?”
เธออกหักไปตั้งแต่ 5 ปีก่อนแล้ว
เห็นลี่อันไม่อธิบาย คุณป้าจึงคิดว่าเธอยอมรับ
“โธ่ ก็แค่ผู้ชายคนเดียวเอง ไม่เห็นเป็นไรเลย กบสามขาหายากก็จริง แต่ผู้ชายสองขามีถมเถ คนนี้ไปแล้ว เดี๋ยวคนใหม่ก็มา กลับไปหาอะไรกินอร่อย ๆ แล้วนอนพักให้เต็มที่ เดี๋ยวทุกอย่างก็ผ่านไปเอง”
คุณป้าตบไหล่เธอเบา ๆ “ฟังป้านะ กลับบ้านเถอะ”
ลี่อันพยักหน้ารับ
จากนั้นคุณป้าก็หยิบทิชชูห่อหนึ่งจากกระเป๋าส่งให้เธอ
“รีบเช็ดหน้าเถอะ เช็ดแล้วก็กลับบ้าน ร้องไห้ขนาดนี้ พ่อแม่เห็นเข้าคงปวดใจแย่”
พอได้ยินประโยคนั้น น้ำตาที่ลี่อันเพิ่งกลั้นไว้ได้ก็ร่วงพรูลงมาอีกครั้ง
คุณป้าตกใจจนสะดุ้ง
“ป้าพูดอะไรผิดไปหรือเปล่า? เอาละ ป้าไม่พูดแล้ว ไม่พูดแล้ว”
