ฉวนซือหลิวพยักหน้าอย่างว่าง่าย ราวกับเด็กที่ทำผิด
ความจริงเปิดเผยแล้ว ในที่สุดเธอก็เข้าใจคำว่า “สั่งเสีย” ที่เจียงเฟิงทิ้งไว้ในโทรศัพท์
นั่นไม่ใช่คำอำลา แต่เป็นคำตัดสินครั้งสุดท้ายที่มีต่อเธอ
เจียงเฟิงไม่ได้พูดอะไรต่อ เพียงแต่น้ำแข็งบนใบหน้าละลายลงเล็กน้อย เขาลุกขึ้นยืน วางฝ่ามือลงบนไหล่ของฉวนซือหลิวเบา ๆ แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ไร้ความรู้สึก
“ผมไม่เคยมีความรู้สึกเชิงชู้สาวกับคุณเลย”
“ทุกสิ่งที่ผมทำก็แค่เพื่อสืบหาข้อมูล ทั้งหมดเป็นการแสดงตั้งแต่ต้นจนจบ”
ยังไม่ทันสิ้นเสียง น้ำตาของฉวนซือหลิวก็เอ่อล้น
เธอส่ายหน้าอย่างแรง เสียงสะอื้นกลับเจือความโล่งใจอย่างยิ่ง
“คุณไม่เป็นอะไร…ก็ดีแล้ว”
“คุณต้องมีชีวิตอยู่ต่อไปให้ดี ๆ นะ ได้ยินไหม…”
เธอเงยหน้าขึ้น แววตาที่มองเจียงเฟิงเต็มไปด้วยความรักที่เกือบจะหมกมุ่นและความรู้สึกปลดปล่อย
เธอถึงกับเอียงหน้าเล็กน้อย แล้วใช้แก้มแตะฝ่ามือใหญ่บนไหล่ของตัวเองอย่างระมัดระวัง
นั่นคือความอบอุ่นสุดท้ายเพียงหนึ่งเดียวที่เธอสัมผัสได้ในความฝันลวงตาครั้งนี้
นิ้วของเจียงเฟิงแข็งค้างไปชั่วขณะ เดิมทีเขาคิดจะชักมือกลับ แต่สุดท้ายก็หยุดนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง
นั่นไม่ใช่ความหวั่นไหว แต่เป็นความเมตตาเพียงน้อยนิดครั้งสุดท้ายของผู้ชนะที่มีต่อคู่ต่อสู้ซึ่งพ่ายแพ้อย่างหมดรูป
แก้มของฉวนซือหลิวไล้ผ่านหลังมือเขาเบา ๆ เธอหลับตาลงอย่างพึงพอใจ มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มงดงามปนเศร้า
ราวกับกำลังหวนระลึกถึงช่วงเวลาที่เจิดจ้าที่สุดในชีวิต ซึ่งถักทอขึ้นจากคำลวง
เธอลืมตาขึ้นอีกครั้ง รอยยิ้มสะอาดบริสุทธิ์ราวกับเด็กคนหนึ่ง
“ไปเถอะ”
“เรา…พอกันแค่นี้”
