ถงชุนจิ่งเงียบจนแทบได้ยินเสียงความเงียบ
ถงชุนซู่เกาหัว รู้ตัวเหมือนกันว่าตัวเองทำเกินไปแล้ว
“พี่รอง พวกเราดื่มเหล้ากันก่อน ถึงได้ห้ามใจไม่อยู่…”
ถงชุนจิ่งถามเสียงเย็น “ก่อนจะทำอะไร นายไม่ปรึกษาสมองตัวเองสักหน่อยหรือไง?”
ถงชุนซู่ตอบ “ยังไงเรื่องก็เกิดขึ้นแล้ว ผมกับเสวี่ยเอ๋อร์ต้องอยู่ด้วยกันแน่นอน”
ถงชุนจิ่งถาม “กู้จินเยว่รู้หรือยัง?”
ถงชุนซู่ตอบ “เท่าที่ผมรู้ เขายังไม่รู้ครับ”
ถงชุนจิ่งเจ็บตรงซี่โครงยิ่งกว่าเดิมจนหน้าซีดเผือด
เขาดันมีน้องชายแบบนี้
ส่วนกู้จินเยว่ก็ดันมีภรรยาแบบนี้
ชั่วขณะนั้นถงชุนจิ่งไม่รู้เลยว่าใครน่าสงสารกว่ากัน
ยิ่งดูปฏิกิริยาของข่งมี่เสวี่ยแล้ว ก็ไม่เหมือนคนที่อยากแต่งกับน้องสี่เลยสักนิด
แต่น้องสี่กลับคิดว่าข่งมี่เสวี่ยเป็นภรรยาของตัวเองไปแล้ว
ถงชุนจิ่งไม่ได้แค่เจ็บซี่โครง แต่ยังปวดหัว ปวดไปทั้งตัว
ฟาร์มโสม
หลังปี 1949 โสมในภาคเหนือมีเหลือไม่มากแล้ว
ทางการจึงมอบหมายให้ภาคเหนือผลิตโสมตามระบบการรับซื้อและจำหน่ายแบบรวมศูนย์
จากนั้นรัฐบาลจะเป็นผู้จัดสรรต่ออย่างเป็นระบบ
ในสถานการณ์เช่นนี้ ต่อให้มีเงินก็ซื้อโสมไม่ได้
