หวังฟางรู้สึกซาบซึ้งใจขึ้นมาเล็กน้อย นึกไม่ถึงว่าเวลาลับหลังน้องชายของเธอจะใส่ใจลูกชายเธอถึงขนาดนี้
ส่วนถูหย่าลี่...
หวังฟางปรายตามองเธอแวบหนึ่ง แววตาเย็นชาเจือความเคียดแค้นและเยาะเย้ย
ความอัปยศที่เธอได้รับในวันนี้ สักวันเธอจะเอาคืนให้ได้!
แถมจะเอาคืนเป็นสองเท่า!
สีหน้าหวังไกุ้เหรินไม่เปลี่ยน เขาเพียงมองถงชุนจิ่งแวบหนึ่งแล้วพูดว่า “ใช่ ฉันเป็นห่วงว่าพวกเขาจะใช้ชีวิตในชนบทลำบาก”
ถงชุนจิ่งไม่พลาดสายตาของน้าชาย แต่เขาไม่เข้าใจว่าหมายถึงอะไร
ตอนนี้เขายังลังเลอยู่ว่าควรพูดเรื่องที่ข่งมี่เสวี่ยฮุบเงินก้อนนั้นไว้คนเดียวออกมาดีหรือไม่
ถ้าพูดเรื่องนี้ออกไป ข่งมี่เสวี่ยคงอธิบายลำบากแน่ใช่ไหม?
ถูหย่าลี่มองเขาอย่างกังขา “แล้วทำไมคุณถึงโอนเงินให้ข่งมี่เสวี่ยล่ะ?”
หวังไกุ้เหรินตอบด้วยสีหน้าปกติ “พวกเขาอยู่ด้วยกัน โอนให้ใครก็เหมือนกัน”
ถึงหวังไกุ้เหรินจะพูดอย่างเปิดเผยแค่ไหน ถูหย่าลี่ก็ยังอดสงสัยไม่ได้
“เงินสองร้อยหยวนไม่ใช่น้อย ๆ คุณโอนให้คนนอกเนี่ยนะ?”
หวังไกุ้เหรินอธิบายให้เธอฟัง “แม่ของข่งมี่เสวี่ยสนิทกับหวังฟางมาก
ข่งมี่เสวี่ยกับถงฮว่าก็สนิทกันมากเหมือนกัน
พวกเขาหลายคนโตมาด้วยกันตั้งแต่เด็ก
เธอไม่ถือว่าเป็นคนนอกหรอก
