ถงชุนจิ่งเดินออกมา แล้วสั่งเสียงห้วนว่า “ชุนซู่! ไม่ต้องขอร้องเธอ กลับไป!”
ถงชุนจิ่งไม่สนใจว่าถงชุนซู่อยากแยกไปอยู่คนเดียวมากแค่ไหน เขากดเสียงต่ำลง “พี่รอง! พวกเรามาอยู่ที่นี่ด้วยกันเถอะ ถึงตอนนั้นอยากกินอะไรก็กินได้ตามใจ!”
ถงฮว่ากินน้ำพุวิญญาณมาตลอด ตอนนี้ประสาทสัมผัสเฉียบคมขึ้น เธอได้ยินคำพูดของถงชุนซู่ จึงนึกเยาะเย้ยอยู่ในใจ ถงคนที่สี่ไม่ใช่แค่อยากอยู่บ้านของเธอคนเดียว ยังคิดจะลากถงชุนจิ่งมาอยู่ด้วยอีก คิดว่าเธอตายไปแล้วหรือไง?
ท่อนไม้ฟืนท่อนหนึ่งฟาดลงบนหัวถงชุนซู่ เขาเจ็บจนร้องลั่น “ถงฮว่า! เธอทำอะไรอีกแล้ว!”
ถงฮว่าตอบว่า “ยังดูไม่ออกอีกเหรอ? ฉันกำลังไล่นายไปไง!”
แววตาถงชุนซู่ฉายความดื้อรั้นอยู่หลายส่วน “เธอไม่ได้บอกให้ฉันเลือกหรอกเหรอ? ฉันยังไม่ได้เลือกเลยนะ!”
ถงฮว่ากำลังจะพูดอะไรบางอย่าง จู่ ๆ ก็หรี่ตาลง ผู้หญิงที่มีคนพาเดินมาจากไกล ๆ นั่นไม่ใช่ข่งมี่เสวี่ยหรอกหรือ?
ถงฮว่าละสายตากลับมา “แล้วนายจะเลือกยังไง? นายไม่ได้ชอบข่งมี่เสวี่ยหรอกเหรอ ตัดขาดกับเธอได้ลงคอหรือไง?”
ถงชุนจิ่งชอบข่งมี่เสวี่ยมาก พอได้ยินคำพูดนี้ก็ขมวดคิ้วน้อย ๆ สีหน้าไม่สบอารมณ์
ชุนซู่ยังเป็นเด็ก เขาจะรู้อะไรเรื่องความชอบกัน?
เขาแค่ชอบมี่เสวี่ยในฐานะพี่สาวเท่านั้น!
ถงชุนซู่กลอกตา ยังไงพี่มี่เสวี่ยก็อยู่ไกลถึงเมืองหลวง ไม่มีทางได้ยินสิ่งที่เขาพูดอยู่ตรงนี้ “พี่มี่เสวี่ยทำให้การแต่งงานของเธอพัง ฉันจะยังชอบเธอได้ยังไง?”
ถงฮว่าเลิกคิ้ว “ฉันจะรู้ได้ยังไงว่านายพูดจริงหรือเปล่า? เว้นแต่นายจะพูดถึงข้อเสียของข่งมี่เสวี่ยสักสองสามข้อให้ฉันฟัง จะได้อารมณ์ดีขึ้นหน่อย”
