ถงชุนจิ่งให้ถงชุนซู่เล่าเรื่องทุกอย่างที่เกิดขึ้นหลังจากเขาออกจากบ้านให้ฟัง แม่เคยดีกับถงฮว่ามากไม่ใช่เหรอ? แล้วทำไมถึงทำเรื่องเกินไปอย่างไปรับเงินเดือนแทนถงฮว่าได้?
ก่อนหน้านี้เงินเดือนของเขากับเบี้ยเลี้ยงของพี่ใหญ่ แม่ไม่เคยแตะต้องแม้แต่สตางค์เดียว
สีหน้าของถงชุนซู่กระอักกระอ่วนเล็กน้อย “หลังจากพี่ลงชนบท แม่ก็โกรธถงฮว่ามาก คิดว่าพี่ต้องไปลำบากในชนบทก็เพราะเธอ แม่เลยเปลี่ยนท่าทีที่มีต่อเธอไปมาก”
ความจริงแล้ว เพราะได้ยินแม่พูดกรอกหูอยู่บ่อย ๆ เขาเองก็พลอยโทษถงฮว่าอยู่ในใจ ถ้าไม่ใช่เพราะถงฮว่า พี่รองก็คงไม่ต้องลงชนบท ช่วงหลายปีมานี้เขาจึงปฏิบัติต่อถงฮว่าไม่ค่อยดีนัก
ถงชุนจิ่งขมวดคิ้ว “อยู่บ้าน นายก็เรียกเธอด้วยชื่อมาตลอดเหรอ?”
ถงชุนซู่หลบสายตาวูบวาบ ถงฮว่ากับพี่มี่เสวี่ยอายุเท่ากัน แถมยังเป็นเพื่อนสนิทกัน เขาไม่กล้าเรียกพี่มี่เสวี่ยด้วยชื่อเปล่า ๆ เลยเรียกถงฮว่าแบบนั้นเพื่อให้หายอยาก แต่เรื่องนี้จะให้พี่รองรู้ไม่ได้เด็ดขาด
ถงชุนจิ่งซักถามเรื่องในบ้านจนหมด เรื่องบ้านถูกขนของออกไปจนเกลี้ยง ข่งมี่เสวี่ยกลัวเขาจะกังวลจึงไม่ได้เล่าให้ฟัง แต่ถงชุนซู่กลับบอกเขา
ถงชุนจิ่ง: “……” แล้วต่อไปที่บ้านจะยังส่งของมาให้เขาได้อีกไหม?
ไม่นานถงชุนจิ่งก็พาเขาไปรับเงินช่วยเหลือสำหรับเยาวชนผู้มีการศึกษา เงิน 30 หยวน ข้าวโพดบด 20 ชั่ง และข้าวฟ่าง 30 ชั่ง
“ถงฮว่าก็ได้ของพวกนี้เหมือนกันเหรอ?” ถงชุนซู่มองธัญพืชหยาบ ๆ พวกนี้อย่างรังเกียจ ทำไมถึงแจกแต่ของหยาบ ๆ แบบนี้? ไม่มีข้าวขาวกับแป้งสาลีสักนิดเลยหรือไง?
ถงชุนจิ่งรีบพาเขากลับ “เงินช่วยเหลือเยาวชนผู้มีการศึกษาก็เหมือนกันหมดนั่นแหละ”
