หลังประชุมเสร็จ กู้ซือก็รั้งหัวหน้าทีมเฉิงแห่งกองผลิตหงหนิวไว้
หัวหน้าทีมเฉิงรู้สึกประหม่าอยู่บ้าง ในใจเอาแต่ทบทวนว่าช่วงนี้กองผลิตหงหนิวของพวกเขาไม่ได้ไปก่อเรื่องอะไรจนถูกแจ้งมาถึงสหกรณ์หรอกใช่ไหม
“มีญาติรุ่นน้องคนหนึ่งของผมถูกส่งไปอยู่กองผลิตหงหนิวของคุณ” กู้ซือเปิดประเด็น
หัวหน้าทีมเฉิงชะงักไป ญาติรุ่นน้องถูกส่งมาอยู่กองผลิตของพวกเขาอย่างนั้นเหรอ? ถ้าอย่างนั้นก็เป็นปัญญาชนที่ลงชนบทสินะ
“ประธานกู้หมายถึงปัญญาชนถงหรือครับ?” ช่วงนี้คนที่ถูกส่งมาประจำกองผลิตของพวกเขาล้วนเป็นปัญญาชนแซ่ถง
สีหน้ากู้ซือเจือความจนใจและความเอ็นดูอยู่หลายส่วน “ใช่ เธอยังเด็ก เพราะเรื่องในครอบครัวเลยต้องเจ็บช้ำใจ เธอหุนหันพลันแล่นจนหนีลงชนบทมา”
หัวหน้าทีมเฉิงเข้าใจแล้วว่าควรทำอย่างไร เขาไม่คิดเลยว่าญาติรุ่นน้องของประธานสหกรณ์คนใหม่จะมาอยู่กองผลิตของพวกเขา!
ถ้าเขาดูแลญาติรุ่นน้องของประธานให้ดี ต่อไปแม้สหกรณ์จะมีนโยบายดี ๆ และยังนึกถึงกองผลิตของพวกเขาก่อนใครไม่ได้ อย่างน้อยก็คงไม่ปล่อยให้พวกเขาเสียเปรียบหรอกใช่ไหม
หัวหน้าทีมเฉิงตื่นเต้นยินดี “ปัญญาชนถงมีพี่สาวกับพี่ชายอีกคนหนึ่ง ทั้งคู่ก็อยู่กองผลิตของเราด้วยครับ”
นี่มันช่างบังเอิญจริง ๆ!
ญาติของประธานทั้งสามคนมาอยู่กองผลิตของพวกเขาหมดเลย!
ถ้าจะบอกว่าเบื้องหลังไม่มีประธานจัดแจงไว้ ใครจะเชื่อล่ะ
ดูท่าประธานคนใหม่นี้จะตาถึงไม่น้อย เห็นว่ากองผลิตหงหนิวของพวกเขาเป็นสถานที่ดี ไม่อย่างนั้นคงไม่ส่งญาติรุ่นน้องมาอยู่ที่นี่กันหมด!
กู้ซือขมวดคิ้วเล็กน้อย แล้วพูดตรง ๆ ว่า “ญาติรุ่นน้องในบ้านผมมีแค่ถงฮว่าคนเดียว”
