ถงฮว่าไม่รู้เลยว่าคนที่เธอเกาะขาไว้ก็ใกล้จะลงชนบทมาแล้วเหมือนกัน
ตอนนี้เธอมาถึงจุดพักของปัญญาชนรุ่นใหม่แล้ว และได้เห็นถงชุนจิ่งที่ตกใจจนแทบถลนตา
เมื่อสองวันก่อน ถงชุนจิ่งโทรศัพท์ไปที่สหภาพแรงงานของโรงงานสิ่งทอ ข่งมี่เสวี่ยเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นในบ้านให้เขาฟังหมดแล้ว
แต่ตอนนั้นถงชุนจิ่งคิดแค่ว่าถงฮว่ากลัวถูกลงโทษ เลยหาที่หลบซ่อน
เขาไม่คิดเลยว่าเธอจะทั้งเห็นแก่ตัว โลภมาก ใจกล้าบ้าบิ่น เอาแต่ใจ ทำอะไรตามอำเภอใจ ถึงขั้นหนีลงชนบทมาเพื่อไม่ต้องรับผลที่ตัวเองก่อ
“ถงฮว่า!”
เห็นท่าทีโกรธเกรี้ยวของเขา ถงฮว่าก็รู้ทันทีว่าเขาคงโทรศัพท์ไปหาข่งมี่เสวี่ยอีกแล้ว และรู้เรื่องที่เกิดขึ้นในเมืองหลวงแน่นอน
เธอเองก็ไม่อยากเสแสร้งอีกต่อไป จึงมองเขานิ่ง ๆ “ถงรอง!”
ถงชุนจิ่งหัวเราะด้วยความโมโห “เธอเรียกฉันว่าอะไรนะ?”
“ถงรอง” เมื่อก่อนถงฮว่าเรียกเขาว่าพี่รอง แต่ตอนนี้ในสายตาเธอ เขาสมควรได้ยินแค่คำว่าถงรองเท่านั้น
ถงชุนจิ่งทั้งโกรธทั้งผิดหวัง เดิมทีเขายังสงสัยอยู่ว่าเรื่องนี้จะมีอะไรเข้าใจผิดกันหรือเปล่า ถงฮว่าเชื่อฟังและว่าง่ายมาตั้งแต่เด็ก ทำไมจู่ ๆ ถึงเปลี่ยนไปมากขนาดนี้?
ปัญญาชนรุ่นใหม่คนอื่น ๆ ถึงเพิ่งรู้ว่าปัญญาชนที่เพิ่งมาใหม่เป็นน้องสาวแท้ ๆ ของถงชุนจิ่ง
สวี่ม่านมีท่าทีเป็นมิตรมากขึ้น “ที่แท้ก็เป็นน้องสาวนี่เอง! งั้นก็คนกันเอง ฉันพาเธอไปดูที่พักนะ”
ถงชุนจิ่งนึกถึงข่งมี่เสวี่ยที่ช่วงหลายวันที่ผ่านมาร่างกายไม่สบาย แต่ก็ยังตามหาถงฮว่าไม่หยุด โทสะพลันพุ่งขึ้นถึงขีดสุด “ฉันกับเธอไม่ใช่คนกันเองสักหน่อย ฉันไม่มีน้องสาวที่ใจดำเห็นแก่ตัวอย่างเธอ!”
