ถงฮว่าไม่รู้ว่าถงชุนซู่ก็มาหาเธอเช่นกัน
กลางวันทำงานทั้งเหนื่อยทั้งร้อน ไม่เพียงฝ่าเท้าจะเสียดสีจนพองเป็นแผลเลือดซึม ไหล่บอบบางยังถลอกจนหนังหลุดไปชั้นหนึ่ง
แต่สำหรับเธอแล้ว เรื่องแค่นี้เป็นเรื่องเล็กน้อย ช่วงแรกในชาติก่อน ตอนถูกลักพาตัวไปไว้บนเขา เพราะพยายามหนี เธอถูกตีจนขาหักถึงสามครั้ง ไม่ต้องพูดถึงบาดแผลอื่น ๆ ทั่วร่างที่ซ้อนทับกันเป็นชั้น ๆ
ปิดประตูหน้าต่างให้เรียบร้อยแล้ว ถงฮว่าก็นำอ่างอาบน้ำออกมาจากมิติส่วนตัว เติมน้ำพุวิญญาณลงในน้ำอาบ แช่อยู่ยี่สิบนาที ความเหนื่อยล้าทั่วร่างจึงค่อย ๆ จางหายไป
แต่คราวนี้ถงฮว่าไม่ได้ใช้น้ำพุวิญญาณแช่เท้าโดยตรง หรือเอามาเช็ดไหล่
ชาติก่อนแม้เธอจะไม่เคยมาอยู่ทางเหนือ แต่ใช้ชีวิตบนเขามานานกว่าสิบปี จึงรู้แค่ว่าจะใช้ชีวิตในชนบทอย่างไร
ถึงจะใช้น้ำพุวิญญาณแช่จนแผลหาย พอทำงานก็เสียดสีจนถลอกได้อยู่ดี แทนที่จะต้องรักษาซ้ำไปซ้ำมา สู้ปล่อยให้ร่างกายค่อย ๆ ปรับตัว รอจนเกิดหนังด้านขึ้นมา จะได้ไม่ถลอกง่ายอีก
ได้แช่น้ำพุวิญญาณในอ่าง วันรุ่งขึ้นถงฮว่าก็ไม่รู้สึกปวดเมื่อยอย่างที่ถงชุนซู่คิดไว้เลย
หลายวันติดต่อกัน ถงฮว่าขยันขันแข็ง ทำงานคล่องแคล่ว จนได้รับความชื่นชอบจากชาวบ้านในกองผลิตหงหนิว
ชาวไร่ชาวนาล้วนชอบคนที่อดทนต่อความลำบากและทำงานคล่องแคล่ว
ถึงขั้นมีคนสงสัยว่าพวกปัญญาชนที่จุดพักปัญญาชนจงใจทำงานไม่เต็มที่หรือเปล่า ไม่อย่างนั้นถงฮว่าก็เป็นปัญญาชนหญิงจากเมืองใหญ่เหมือนกัน แต่ทำงานได้ไม่ด้อยไปกว่าคนชนบทเลยสักนิด
