“ยังไงก็ทำมื้อส่งท้ายปีเก่ากินกันเองยังจะดีกว่า” ถงชุนซู่คีบเนื้อจากผักกาดขาวตุ๋นออกมากิน
คีบไปคีบมา ในนั้นแทบไม่มีเนื้อสักกี่ชิ้น
มีแต่ผักกาดขาวกับหัวไชเท้า แม้แต่เต้าหู้สักชิ้นก็ไม่มี
ถ้าไม่ต้องแบ่งให้เยาวชนมีการศึกษาคนอื่น พวกเขาคงได้ทำหมูสามชั้นตุ๋นน้ำแดงกินตั้งสองมื้อแล้ว!
ข่งมี่เสวี่ยเองก็คิดอยู่ในใจว่าเยาวชนมีการศึกษาเหล่านั้นไม่รู้จักสำนึกบุญคุณเอาเสียเลย ให้ของพวกเขามาแค่นี้
แต่สีหน้าเธอยังยิ้มแย้ม ไม่พูดอย่างนั้นออกมา “ใช้มื้อส่งท้ายปีเก่าแลกกับการอยู่ร่วมกันอย่างปรองดองของทุกคนก็คุ้มนะ”
เยาวชนมีการศึกษาที่จุดพักมีท่าทีเป็นมิตรกับพวกเขามากขึ้นมาก
ข่งมี่เสวี่ยที่ปกติมีแต่คนคอยเอาอกเอาใจ พอลงมาอยู่ชนบทก็ได้สัมผัสกับความอบอุ่นและเย็นชาของผู้คนอย่างแท้จริง
กินข้าวเสร็จแล้ว กู้ซือก็ยังไม่มา
ข่งมี่เสวี่ยพูดว่า “หรือว่าเพื่อนเขาเรียกกลับไปฉลองปีใหม่ด้วยกันแล้ว?”
สีหน้าของกู้จินเยว่พลันดูไม่ค่อยดีนัก
เพื่อนของอาเล็กเขา ก็เซี่ยซ่งเหนียนน่ะสิ?
บนโต๊ะมีชามกับตะเกียบกองพะเนิน แต่ไม่มีใครอยากขยับไปล้าง
ข่งมี่เสวี่ยเห็นโต๊ะเลอะเทอะไปหมดแล้วขัดตา จึงพูดว่า “พี่สี่ ช่วยเก็บโต๊ะหน่อยได้ไหม?”
