เจ้าหน้าที่หวังกระแอมเบา ๆ “กระเป๋าสตางค์ที่หายไปเป็นของใคร?”
ข่งมี่เสวี่ยก้าวออกมา “ของฉันค่ะ”
“ตอนนั้นเกิดอะไรขึ้น?”
“เมื่อวานฉันไปซื้อของที่คอมมูน...”
“คุณเห็นกับตาหรือเปล่าว่าสหายถงฮว่าหยิบกระเป๋าสตางค์ของคุณไป?”
“ฉันไม่เห็น แต่...พี่รองถงเห็นค่ะ”
ข่งมี่เสวี่ยมองถงชุนจิ่งด้วยดวงตาฉ่ำวาว “พี่รองถง คุณเคยบอกว่าเห็นกับตา ใช่ไหมคะ?”
ถงชุนจิ่งหันไปมองถงฮว่า
ถงฮว่าพิงกำแพง สีหน้าเรียบเฉยขณะมองเขา
ถงชุนจิ่งจ้องเธอนิ่งลึก
ถงชุนซู่สะกิดพี่รอง “พี่รอง เจ้าหน้าที่หวังกำลังถามพี่อยู่นะ”
“ใช่ ฉันเห็น” ถงชุนจิ่งถอนสายตากลับ
ถึงอย่างนั้น ถงฮว่าก็ยังมีสีหน้าสงบนิ่ง ไม่แปลกใจหรือโกรธเลยสักนิด ราวกับคาดการณ์ไว้แล้ว
เจ้าหน้าที่หวังถามว่า “คุณเห็นกับตาจริง ๆ ใช่ไหมว่าถงฮว่าหยิบกระเป๋าสตางค์ของสหายข่งไป?”
ถงชุนจิ่งพยักหน้า
กู้จินเยว่เห็นถงฮวาสงบนิ่งเช่นนี้ ในใจก็เกิดความไม่สบายใจขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ “ฮว่าฮว่า เงินเธอเก็บไว้ได้ ส่วนคูปองก็เก็บไว้สักส่วนหนึ่งเถอะ เราจะไม่เอาเรื่องแล้ว”
ปกติกู้จินเยว่เรียกถงฮว่าด้วยชื่อเต็ม น้อยครั้งนักที่จะเรียกเธอว่า “ฮว่าฮว่า”
ทุกครั้งที่กู้จินเยว่เรียกชื่อเล่นของถงฮว่า เธอจะดีใจเป็นพิเศษ และยอมทำตามคำขอของเขาทุกครั้ง
แต่ครั้งนี้ไม่เหมือนเดิม
ถงฮว่าไม่สนใจกู้จินเยว่ กลับพูดกับเจ้าหน้าที่หวังว่า “ถงชุนจิ่งกับข่งมี่เสวี่ยเป็นพวกเดียวกัน แถมทั้งคู่ยังมีประวัติใส่ร้ายคนอื่น คำพูดของถงชุนจิ่งใช้เป็นหลักฐานว่าฉันขโมยของไม่ได้”
