เสี่ยวจางต้องทนทุกข์ทรมานอยู่ทุกวัน กลางคืนก็ฝันร้ายว่าครอบครัวถูกฆ่าล้างบ้าน น้ำหนักลดฮวบจนเห็นได้ชัด
หวังไกุ้เหรินกล่าวว่า “ขออาศัยบ้านคุณชั่วคราว พอจัดการธุระเสร็จพวกเราก็จะไป”
“ผมไม่ใช่คนดีอะไร แต่ก็เป็นคนรักษาคำพูด”
“ช่วงนี้ถ้าคุณให้ความร่วมมือ ผมก็ไม่ทำให้คุณลำบากใจ”
“ถ้าคิดเล่นไม่ซื่อ ผลที่ตามมาก็เป็นอย่างที่คุณคิดนั่นแหละ”
เสี่ยวจางเข้าใจแล้ว โดยเฉพาะประโยคที่เขาบอกว่าตัวเองไม่ใช่คนดี
เขาไม่ใช่แค่คนไม่ดี แต่ยังเป็นคนชั่วอีกด้วย!
“พวกคุณจะทำอะไรกัน?” เสี่ยวจางไม่กล้าถามมาตลอด เอาแต่หลบเลี่ยง
แต่พอหนีมาถึงตอนนี้ เขาก็พบว่าไม่มีทางหลบได้อีกแล้ว ในบ้านไม่ได้มีแค่คนสมรู้ร่วมคิดกับฆาตกร ตอนนี้ยังมีฆาตกรตัวจริงเพิ่มมาอีกคน
คิ้วของหวังไกุ้เหรินที่แฝงความหม่นหมองผ่อนคลายลงเล็กน้อย เผยท่าทีอ่อนโยน “ถามได้ดี พอดีต้องการให้คุณช่วย”
เสี่ยวจางหน้าตึง มองเขาอย่างแข็งค้าง พอตั้งสติได้ก็ฟาดหน้าตัวเองอย่างแรง!
จะพูดมากทำไม!
แววตาอ่อนโยนของหวังไกุ้เหรินทอดมองเสี่ยวจางนิ่ง ๆ ทว่าอีกฝ่ายก็ยังไม่กล้าเงยหน้าสบตา แม้แต่จะเชิดหน้าขึ้นยังไม่กล้า แผ่นหลังเกร็งจนงอลง
“ผมอยากให้คุณเอาจดหมายไปส่งที่บ้านกู้ซือ ต้องขอให้คุณช่วย”
กู้ซือมีชื่อเสียงอยู่พอตัวในเขตบ้านพักข้าราชการ บ้านไหนมีลูกชายก็ยกกู้ซือเป็นแบบอย่างที่ดีให้ลูกดูอยู่เสมอ
