พวกเยาวชนมีการศึกษาที่หวังเฉิงต่างพากันตะลึง เรื่องนี้ไม่เหมือนกับที่พวกเขาได้ยินมาเลย
สวี่ม่านตั้งข้อสงสัยว่า “ถงฮว่าไม่ได้บอกหรือว่าเป็นเพราะโรคหัวใจกำเริบของสหายข่ง?”
กู้จินเยว่เอ่ยอย่างจนใจว่า “โรคหัวใจของเธอกำเริบจริง แต่ที่ฉันไปงานแต่งไม่ทันก็เพราะประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์”
หวังเฉิงขมวดคิ้ว “ถงฮว่าไม่รู้ความจริงให้แน่ชัดก็ถอนหมั้นกับนายแล้วเหรอ? แถมยังเรียกค่าเสียหายก้อนโตอีก?”
กู้จินเยว่ขมวดคิ้วน้อย ๆ เขาไม่คิดว่าถงฮว่าจะเอาเรื่องน่าอับอายแบบนี้ออกมาพูดด้วย “เธอเข้าใจผิดไปนิดหน่อย”
สวี่ม่านไม่ได้เชื่อทั้งหมด แต่คนอื่น ๆ แทบจะเชื่อกันหมด
ในกลุ่มพวกเขา แม้บางคนจะมีพื้นฐานครอบครัวดีอยู่บ้าง แต่ก็ยังเทียบกับกู้จินเยว่ ลูกชายคนเดียวของเจ้าของโรงงานไม่ได้
ด้วยฐานะนี้ กู้จินเยว่จึงใช้ชีวิตในจุดพักเยาวชนมีการศึกษาได้อย่างราบรื่น
กู้จินเยว่คิดว่าพอถงฮ่ารู้ว่าเขามาถึงแล้ว เธอคงมาหาเพื่ออธิบายเรื่องข่งมี่เสวี่ยกับพี่น้องตระกูลถง
แต่เธอก็ไม่ได้มา
วันรุ่งขึ้น กู้จินเยว่ไปที่ฟาร์ม แล้วเอาของไปให้พี่น้องตระกูลถงกับข่งมี่เสวี่ยบางส่วน
พี่น้องตระกูลถงไม่คิดว่ากู้จินเยว่จะลงชนบทมาด้วย
ถงชุนซู่ถามอย่างตกใจว่า “พี่กู้ ทำไมพี่ถึงลงชนบทมาด้วยล่ะ? คงไม่ใช่เพราะถงฮว่าทำให้พี่ต้องมาเหมือนกันหรอกนะ?”
ข่งมี่เสวี่ยรอจนกู้จินเยว่มาถึง ในใจทั้งดีใจทั้งเศร้า จนพูดอะไรไม่ออก ได้แต่มองเขาด้วยดวงตาฉ่ำน้ำ
เขามาช่วยเธอจริง ๆ ด้วย...
กู้จินเยว่มีสีหน้าจนใจเล็กน้อย “เดิมทีฉันจะช่วยพูดให้พวกเธอ ใครจะรู้ว่าดันทำให้คุณอาโกรธ สุดท้ายเลยถูกส่งมาที่นี่”
