แววตาของถงฮว่ามีประกายตื่นเต้นและหวานชื่น เขากำลังชมเธออยู่ใช่ไหม?
เธอจะถือว่าเขาชมเธอก็แล้วกัน!
“ฉันพาเธอไปกินข้าวนะ” กู้ซือเอ่ย
ถงฮว่ามองห้องพักผู้ป่วยแวบหนึ่ง สีหน้าคล้ายยังไม่ค่อยวางใจ
กู้ซือกล่าวว่า “เธอแค่ร่างกายอ่อนแอ แถมยังตกใจมากเกินไป เลยต้องพักผ่อน
อีกสักพักเธอก็ยังไม่ตื่นหรอก ต่อให้ตื่นขึ้นมาก็ดูแลตัวเองได้”
ถงฮว่าไม่ได้คัดค้านอีก เธอทิ้งกระดาษโน้ตไว้บนตู้ลิ้นชักข้างเตียงของข่งหลินหลาง
หลังจากทั้งสองออกไปได้ไม่นาน
ซูเฉวียนที่รอมานาน ในที่สุดก็ปรากฏตัวตรงหน้าประตูห้องพักผู้ป่วย เขารอให้ถงฮว่าออกไปอยู่ตลอด
สถานะของซูเฉวียนทำให้เขาไม่อาจทำอะไรได้มาก เขาเพียงเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่ที่สะอาด แต่ไม่ได้จัดทรงผมหรือโกนหนวดเครา
เมื่อเข้าไปในห้องแล้ว ซูเฉวียนก็เดินไปที่เตียงของข่งมี่เสวี่ยก่อน
ข่งมี่เสวี่ยเป็นลูกสาวของไป๋หลิน
ซูเฉวียนก้มมองข่งมี่เสวี่ยที่หลับสนิทด้วยแววตาเย็นชา ดวงตาของเขาสงบนิ่งดุจบึงน้ำเย็นยะเยือก ทั้งดำมืดและลึกล้ำ
เพราะถงฮว่า เขาจึงเคยสืบเรื่องข่งมี่เสวี่ย และเคยพบเธอมาแล้ว
คนอย่างเขาไม่นับญาติ ไม่เห็นใครเป็นครอบครัว
หลังจากจำไป๋หลินได้ เขาก็ยิ่งอยากรู้ว่าข่งมี่เสวี่ยเป็นลูกสาวของใคร
เขาไม่อยากให้ข่งมี่เสวี่ยเป็นลูกสาวของตัวเอง
