ถงฮว่ามีสีหน้าเคร่งขรึม “สหายเจ้าหน้าที่คะ ถ้าพิสูจน์ได้ว่าที่ฉันพูดเป็นความจริง พวกเขาก็ควรได้รับโทษที่สมควรได้รับจากการพูดจาหยาบคายและจงใจปล่อยข่าวลือใส่ร้ายใช่ไหมคะ?
ไม่อย่างนั้นต่อไปทุกคนก็ทำตามกันหมด ต่างพากันกุเรื่องเท็จ ปล่อยข่าวลือใส่ร้ายเจ้าหน้าที่รัฐ แล้วประเทศจะยังเหลือความน่าเชื่อถืออะไรอีกคะ?”
หัวหน้าทีมเฉิงใจสะท้าน คนชนบทพูดจาเหลวไหลกันถมไป ไม่เห็นมีใครยกเรื่องขึ้นมาจริงจังถึงขั้นนี้
แต่การปล่อยข่าวลือใส่ร้ายเจ้าหน้าที่รัฐบาล ทำลายภาพลักษณ์ของประเทศ และกระทบต่อความน่าเชื่อถือของประเทศ เรื่องนี้ไม่เหมือนกัน!
คนเรียนหนังสือนี่พูดเก่งจริง ๆ มิน่าถึงมีคำกล่าวในหนังสือว่า บางครั้งคำพูดจากปากของคนมีความรู้ก็เหมือนดาบที่ใช้ฆ่าคนได้
พอเธอพูดอย่างนี้ หากเจ้าหน้าที่หวังยังจัดการเรื่องนี้แบบผ่อนปรนเหมือนก่อน ก็เท่ากับไม่เห็นความน่าเชื่อถือและภาพลักษณ์ของประเทศอยู่ในสายตา หากเธอไปร้องเรียนและแจ้งเรื่องต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เจ้าหน้าที่หวังก็คงเดือดร้อนไปด้วย
เจ้าหน้าที่หวังเองก็นึกถึงเรื่องนี้ได้เช่นกัน จึงให้คำมั่นด้วยสีหน้าเคร่งขรึมว่าจะสืบหาความจริงให้ได้
ถงชุนจิ่งมองถงฮว่าด้วยความโกรธแค้น เขาไม่คิดเลยว่าเธอจะไม่เห็นแก่ความเป็นพี่น้องกันสักนิด แถมยังซ้ำเติมกันอีก!
ข่งมี่เสวี่ยมองถงฮว่าด้วยแววตาน้อยใจ “ฮว่าฮว่า ฉันไม่ได้ปล่อยข่าวลือจริง ๆ นะ…”
ถงฮว่าหันไปมองหัวหน้าทีมเฉิง “หัวหน้าทีมคะ ตอนนี้ฉันกลับได้หรือยัง?”
หัวหน้าทีมเฉิงรีบพยักหน้า อนุญาตให้เธอกลับได้
ข่งมี่เสวี่ยทำท่าจะร้องไห้อีกแล้ว หัวหน้าทีมเฉิงเห็นแล้วก็ไม่ชอบใจ ร้องไห้กระซิกกระซี้ทั้งวันทั้งที่ไม่มีเรื่องอะไร น่ารำคาญจริง ๆ!
