“สหายข่ง คุณรู้ไหมว่าผมกับข่งมี่เสวี่ยมีความสัมพันธ์กันแบบไหน?”
ข่งหลินหลางตั้งตัวไม่ทันไปชั่วขณะ เผลอถามตามที่เขาชวนคุย
“คุณกับเธอเป็นอะไรกัน?”
หวูเหลียงยิ้มอย่างลำพอง “ผมเป็นชู้กับเธอ”
ข่งหลินหลางตกใจจนสำลัก ไอออกมาไม่หยุด
ถงฮว่าก็ตะลึงกับความหน้าด้านของหวูเหลียงเช่นกัน
เธอรู้ว่าทั้งสองคนเคยมีข้อตกลงหรือไม่ก็สมคบคิดกัน
แต่คนอย่างข่งมี่เสวี่ยมักถือตัวสูงส่ง เธอจะไปชอบชายโสดวัยกลางคนอย่างหวูเหลียงได้ยังไง?
เมื่อเห็นว่าพวกเธอไม่เชื่อ หวูเหลียงจึงพูดว่า “ที่บ้านผมยังมีเสื้อชั้นในของข่งมี่เสวี่ย เป็นผ้าฝ้ายสีขาว ของจากเมืองหลวง ของแบบนี้ที่นี่หาซื้อไม่ได้หรอก”
ข่งหลินหลางไออีกระลอก!
หัวของเธอแทบระเบิด!
ข่งมี่เสวี่ยกับ...ผู้ชายคนนี้มีความสัมพันธ์ลับ ๆ กัน?
เป็นไปได้ยังไง?
เธอเห็นอะไรในตัวหวูเหลียงกัน?
เห็นว่าเขาอายุมากงั้นหรือ?
เห็นว่าเขาไม่อาบน้ำงั้นหรือ?
เห็นว่าเขาไม่ทำงานงั้นหรือ?
หวูเหลียงพูดต่อ “ยังมีเชือกแดงถักเส้นหนึ่งที่ข้อมือเธอด้วย เธอให้ผมไว้เป็นของแทนใจ หลักฐานอยู่ในกระเป๋าผมนี่แหละ”
ถงฮว่าหรี่ตา ไม่เชื่อคำพูดของเขาแม้แต่น้อย
กลับยิ่งมั่นใจว่าหวูเหลียงเป็นหนึ่งในคนลักพาตัว
ในเมื่อเขาสามารถเอาจดหมายไปวางไว้บนตัวเธอได้โดยไม่มีใครรู้
ก็ย่อมเอาของจากตัวข่งมี่เสวี่ยไปได้โดยไม่มีใครรู้เช่นกัน
ข่งหลินหลางรีบดึงถงฮว่าไว้ “อย่าเข้าใกล้เขา!”
เธอสงสัยว่าอีกฝ่ายจงใจหลอกให้ถงฮว่าเข้าไปใกล้
หวูเหลียงกล่าวว่า “เดี๋ยวพอเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามา พวกคุณให้พวกเขาค้นกระเป๋าผมได้เลย”
ข้อสันนิษฐานของข่งหลินหลางพลันพังทลาย
อีกฝ่ายไม่ได้ขอให้พวกเธอเข้าไปเอาของตอนนี้
ถงฮว่าพูดอย่างรำคาญใจว่า “เลิกอ้อมค้อมได้แล้ว มีอะไรก็พูดมาตรง ๆ”
หวูเหลียงกล่าวว่า “ผมไม่เกี่ยวกับเรื่องนี้ แค่โชคร้ายถูกลากเข้าไปพัวพันด้วย”
