“คุณลู่พูดมาแล้ว ฝ่ายภาพยนตร์และโทรทัศน์ของเราไม่มีทางเซ็นสัญญากับคุณหรอก กลับไปเถอะ”
“บอกหน่อยสิว่ามานั่งเฝ้าอยู่ตรงนี้แล้วได้อะไรขึ้นมา?”
“เอ๊ะ? เป็นอะไรไป? ไม่สบายหรือคิดจะเรียกร้องค่าเสียหาย?” เสียงผู้หญิงที่ก่อนหน้านี้ฟังดูเหมือนเห็นใจอยู่บ้าง แต่ก็แฝงความถือตัวไว้อย่างปิดไม่มิด พลันร้อนรนขึ้นมา
มีแรงมหาศาลเขย่าตัวเธอซ้ำไปซ้ำมา เวินหลานจึงจำต้องลืมตาขึ้น ตรงหน้ามีผู้หญิงวัยทำงานสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวนั่งยอง ๆ อยู่ ดูแปลกหน้ามาก
“นี่ บทของคุณ เก็บไว้ให้ดี ที่นี่รับเทพเซียนอย่างคุณไม่ไหวจริง ๆ”
เดี๋ยวนะ? เวินหลานรู้สึกประหลาดใจ เธอเรียนจบจากสาขาการละครและภาพยนตร์อย่างเป็นทางการ พอเรียนจบก็เข้าสู่วงการภาพยนตร์และโทรทัศน์ แม้จะยังไม่ได้เป็นนักเขียนบทระดับท็อปของวงการ แต่ก็เคยเขียนละครรักวัยรุ่นกับละครออฟฟิศหลายเรื่องที่ได้รับคำชมไม่น้อย
ปกติเวลาส่งบทให้กองถ่าย แค่คนอื่นเห็นชื่อเธอก็ต้องคิดทบทวนกันสักหน่อย
ทำไมถึงมีคนปฏิเสธบทของเธอแบบปัด ๆ เหมือนขอไปทีอย่างนี้ได้?
“ถ้ายังไม่ไป ฉันคงต้องเรียกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยแล้ว บริษัทสื่อกวงอิ่งของเราไม่ใช่ที่ที่ใครจะเข้ามาก็ได้”
“ไปกันเถอะ”
เวินหลานเดินตามผู้หญิงคนนั้นไป เมื่อครู่เธออยู่ในห้องรับรอง พอออกมาก็เห็นโปสเตอร์ขนาดใหญ่ติดอยู่ตามทางเดินทั้งสองฝั่ง เป็นรูปดาราทั้งนั้น ทุกคนสวมเสื้อผ้าสั่งตัดชั้นสูง แต่งหน้าประณีต สีหน้าสดใสเปี่ยมชีวิตชีวา
พวกผู้หญิงมีทั้งสวยสะกดตาและเย็นชาเหมือนแสงจันทร์ ส่วนนักแสดงชายก็หล่อกันทุกคน แต่ไม่มีใบหน้าไหนที่เวินหลานรู้จักเลย
เธอเดินตามผู้หญิงคนนั้นไปจนเกือบถึงลิฟต์ สายตาก็พลันไปหยุดอยู่ที่โปสเตอร์ใบหนึ่งซึ่งติดอยู่ไม่ไกล
ผู้หญิงคนนั้นเหลียวซ้ายแลขวา ก่อนจะขยับเข้ามากระซิบเสียงเบา “อย่าไปตามหาพี่ไป๋อีกเลย วันนี้ที่เธอได้โอกาสมาพบคุณลู่ที่บริษัทสื่อกวงอิ่ง พี่ไป๋ออกแรงช่วยเธอไปตั้งเยอะ”
“พี่ไป๋เองก็ลำบากใจเหมือนกัน ถ้าจะโทษก็โทษที่เรื่อง ‘เซิ่งอัน’ เจ๊งสิ”
‘เซิ่งอัน’ งั้นเหรอ?
ม่านหมอกตรงหน้าเลือนหายไป เวินหลานนึกออกแล้ว
โลกนี้เหมือนโลกคู่ขนานของดาวสีน้ำเงิน แต่ต่างจากโลกเดิมของเธอที่วงการภาพยนตร์และโทรทัศน์เข้าสู่ยุคซบเซาหลังจากเคยรุ่งเรือง ที่นี่วงการบันเทิงไม่เคยรุ่งเรืองมาก่อนเลย ไม่มีทั้งซีรีส์เทพเซียนที่ดังเป็นพลุแตก ไม่มีซีรีส์ทะลุมิติ และไม่มีละครชิงอำนาจในวัง
วงการบันเทิงยังไม่พัฒนา แต่ผู้คนที่อาศัยอยู่ในจักรวาลนี้กลับร่ำรวยกันมาก ในแต่ละปีมีเงินทุนมหาศาลหลั่งไหลเข้าสู่วงการบันเทิง อีกทั้งตลาดยังสนับสนุนการพัฒนาภาพยนตร์และโทรทัศน์อย่างเต็มที่
ที่สำคัญกว่านั้นคือ เมื่อเทียบกับวงการเดิมที่เธอเคยอยู่ สถานะของนักเขียนบทในวงการบันเทิงแห่งนี้เรียกได้ว่าต่างกันราวฟ้ากับเหว
ค่าจ้างที่นักเขียนบทได้จากการเขียนละครหนึ่งเรื่องเกือบเท่ากับนักแสดง บางคนเขียนบทได้ดีถึงขั้นได้รับส่วนแบ่งกำไร ไม่เพียงเท่านั้น นักเขียนบทยังมีอำนาจตัดสินใจในกองถ่ายสูงมาก ถึงขั้นชี้ขาดเลือกนักแสดงคนสำคัญได้ เพราะอย่างนี้เอง นักเขียนบทจึงต้องรับผิดชอบอย่างหนัก
หากละครสักเรื่องเจ๊ง นักเขียนบทก็อาจตกงานได้เลย
เจ้าของร่างเดิมเติบโตมาในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า ตั้งแต่เรียนมัธยมปลายก็ชอบดูละคร อาศัยความพยายามของตัวเองสอบเข้าวิทยาลัยภาพยนตร์และโทรทัศน์ชื่อดังในวงการได้ แต่หลังเรียนจบ เธอไม่มีเส้นสาย จึงทำได้แค่เป็นนักเขียนเงาให้มือเขียนบทใหญ่ ๆ แม้แต่ชื่อในเครดิตก็ยังไม่ได้ใส่
เธอคลุกคลีอยู่ในวงการมาสองปี จนบังเอิญได้พบรุ่นพี่ที่วิทยาลัยคนหนึ่ง รุ่นพี่คนนั้นเป็นคนดีมาก พอได้เข้าร่วมกองถ่ายละครฟอร์มยักษ์เรื่อง ‘เซิ่งอัน’ ก็แนะนำเธอให้รู้จักกับหัวหน้าทีมเขียนบทของเรื่อง
หลังเข้าร่วมงาน ‘เซิ่งอัน’ เวินหลานคิดว่าชีวิตของตัวเองคงจะดีขึ้น แต่ไม่คิดเลยว่าละครเรื่องแรกที่มีชื่อเธออยู่ในเครดิต จะทำให้เธอถูกวงการแบนจนหมดอนาคต
เจ้าของร่างเดิมนี่น่าสงสารจริง ๆ
พูดถึง ‘เซิ่งอัน’ ละครที่ทำให้เจ้าของร่างเดิมเสื่อมเสียชื่อเสียง เรื่องนี้เป็นละครฟอร์มยักษ์เปิดปีที่สถานีโทรทัศน์แอปเปิลเขียววางแผนสร้าง เนื้อเรื่องกล่าวถึงฮ่องเต้ที่ถูกลอบสังหารระหว่างออกล่าสัตว์จนสูญเสียความทรงจำ แล้วลอยไปตามลำธารจนถูกลูกสาวนายพรานจากหมู่บ้านเล็ก ๆ ริมน้ำช่วยไว้ นางเอกซึ่งเสียพ่อแม่ไปแล้วอ้างว่าพระเอกเป็นลูกพี่ลูกน้องห่าง ๆ จากแดนไกล ชีวิตยากจนที่ทั้งคู่ต้องประคองกันไปจึงเริ่มต้นขึ้น
เดิมทีบทที่หัวหน้าทีมเขียนบทของ ‘เซิ่งอัน’ เขียนไว้นับว่าดีทีเดียว จุดขายคือเรื่องราวการใช้ชีวิตในชนบทที่ทั้งหวานทั้งชวนขำ ระหว่างชายหนุ่มผู้เป็นที่รักของสวรรค์ซึ่งสูญเสียความทรงจำกับหญิงสาวธรรมดา เน้นความเข้มข้นของความสัมพันธ์พอสมควร นำออกฉายเมื่อไรก็ต้องมีตลาดแน่นอน
แต่พระเอกที่แสดงละครเรื่องนี้ดันพานักเขียนบทของตัวเองเข้ากองถ่ายด้วย ฉากบาดเจ็บจนความจำเสื่อมแล้วลอยมาตามลำธารดูไม่หล่อเอาเสียเลย ทำให้พระเอกดูอ่อนแอ ต้องแก้! แก้ให้พระเอกดูเปราะบาง มีร่องรอยบาดเจ็บจากการต่อสู้!
เอ้า พอนางเอกเห็นเข้าก็คิดว่า “อะไรนะ? ละครที่แต่เดิมบทบาทพอ ๆ กัน ทำไมฉากเด่น ๆ ไปอยู่กับนายหมดล่ะ แบบนี้มันยุติธรรมกับตำแหน่งนางเอกของฉันหรือไง?”
วันรุ่งขึ้นเธอก็พานักเขียนบทของตัวเองเข้ากองถ่ายเหมือนกัน “ฉันก็จะเพิ่ม! เพิ่มฉากเด่นตอนฉันออกล่าสัตว์ให้หมด เพิ่มฉากขายของป่าเก็บเงินซื้อเสบียงของฉันเข้าไปอีก!”
ละครเรื่องเดียว จากนักเขียนบทสี่คนกลายเป็นหกคนในพริบตา ต่างคนต่างเขียนกันคนละทาง ละครฟอร์มยักษ์ระดับเอสพลัสที่ดี ๆ กลับกลายเป็นงานเย็บปะติดปะต่อไปเสียอย่างนั้น
สถานีโทรทัศน์แอปเปิลเขียวโมโหแทบคลั่ง ‘เซิ่งอัน’ เดิมทีเป็นละครฟอร์มยักษ์ระดับเอสพลัสที่เตรียมไว้ให้ดังถล่มทลายตั้งแต่ต้นปี หวังจะช่วยดึงเรตติ้งปี 2024 ที่ค่อนข้างแย่ให้ดีขึ้น ตอนนี้น่ะหรือ กลับทำผลงานได้เละเทะสุด ๆ
เรตติ้งสร้างสถิติต่ำสุดอีกครั้ง ทั้งสถานีโทรทัศน์กำลังจะหลุดจากสามอันดับแรกของวงการ พนักงานทุกคนที่เกี่ยวข้องกับ ‘เซิ่งอัน’ ต่างถูกจับไปนั่งตบยุงกันหมด
ส่วนหัวหน้าทีมเขียนบทของ ‘เซิ่งอัน’ หลังผ่านเหตุการณ์ครั้งนี้ก็หายเข้ากลีบเมฆไปเลย โครงการหลายเรื่องที่ตกลงกันไว้แล้วล้วนหยุดชะงัก ส่วนนักเขียนบทตัวเล็ก ๆ อย่างรุ่นพี่กับเจ้าของร่างเดิม ก็ถูกวงการแบนแบบไม่เป็นทางการ
เจ้าของร่างเดิมแบกความฝันเข้าสู่วงการภาพยนตร์และโทรทัศน์ ไม่คิดเลยว่าจะลงเอยอย่างนี้ พอได้ยินข่าวร้ายสุดท้ายว่า บริษัทสื่อกวงอิ่งไม่คิดจะให้โอกาสเธอเลย เธอก็จากไปทันที
เวินหลานถอนหายใจ ทำไปเพื่ออะไรนะ? ชีวิตมีค่าขนาดนี้แท้ ๆ!
เธอก้มลงกำมือ มือคู่นี้มีแรงอย่างเหลือเชื่อ แสงแดดส่องลงบนร่างกาย อบอุ่นเสียจนแทบลืมไปแล้วว่าความรู้สึกนี้เป็นอย่างไร
เธออาศัยความทรงจำขึ้นรถไฟใต้ดินกลับบ้าน ระหว่างทางเธอเชื่อมต่อหูฟังบลูทูท พอเปิดโทรศัพท์ก็ไม่คิดเลยว่าวิดีโอแรกที่เห็นจะเป็นใบหน้าของเผยเจ๋อ พระเอกเรื่อง ‘เซิ่งอัน’
สีหน้าของเขาซีดเซียวเป็นพิเศษ ริมฝีปากไร้สีเลือดแม้แต่น้อย เขามองหน้าจออย่างจริงใจ “ขอโทษครับที่ทำให้ทุกคนผิดหวัง เหล่าแมงกะพรุนตัวน้อยที่เดินทางมากับผม ตั้งแต่เวทีประกวดไอดอลจนถึงวันที่ได้รับละครเรื่องแรก ผมอยากให้ทุกคนได้เห็นตัวผมในเวอร์ชันที่ดีกว่าเสมอ ผมไม่อยากให้ความทุ่มเทของทุกคนสูญเปล่า ผมหวังว่าทุกครั้งที่เหล่าแมงกะพรุนตัวน้อยได้ยินข่าวของผม หรือได้เห็นผลงานของผม พวกคุณจะพูดอย่างภูมิใจได้ว่า นี่แหละดาราที่ฉันชื่นชอบ”
“หลังได้รับบท ‘เซิ่งอัน’ ผมไปเยี่ยมรุ่นพี่อิ่น แล้วก็ได้ดูผลงานของรุ่นพี่ในวงการหลายคน ผมดีใจ แต่ก็เป็นกังวลมากเหมือนกัน เพราะแบกความกังวลนี้ไว้ ผมถึงยิ่งฮึดสู้เพื่อแสดงบทจวินเหยี่ยนให้ออกมาดี แต่ไม่คิดเลยว่าบทจะ...”
พูดถึงตรงนี้เขาก็สะอึก น้ำเสียงเจ็บปวดจนแทบพูดต่อไม่ไหว
พอมองดูข้อความวิ่งบนหน้าจอ ก็เห็นแต่คนพิมพ์ว่า สงสารสามีฉัน สงสารเสี่ยวเจ๋อของบ้านเรา เสี่ยวเจ๋อของฉันก็แค่แสดงไปตามบท ฝีมือการแสดงของเขาไม่ได้แย่สักหน่อย
สรุปแล้วโยนความผิดทั้งหมดให้นักเขียนบทสินะ?
แล้วใครกันที่เปลี่ยนบทดี ๆ ให้กลายเป็นเรื่องที่ไม่เป็นชิ้นเป็นอันแบบนี้?
ตั้งแต่เวินหลานป่วย นิสัยของเธอก็อ่อนโยนลงมาก แต่ตอนนี้กำหมัดแน่นจนมือแข็งไปหมดแล้ว
“ฮือ ๆ พี่ชายอุตส่าห์ได้บทเอสพลัสมาสักเรื่อง ทีมข้อมูลของพวกเราก็เตรียมพร้อมกันหมดแล้ว ทั้งหมดเป็นความผิดของนักเขียนบท”
อะไรนะ? เวินหลานนึกว่าตัวเองฟังผิดไป
