สวี่อี้ไม่ได้ใส่ใจกับเหตุการณ์เล็กน้อยนี้
เขาวิ่งนำพลางสังเกตความคืบหน้าในการวิวัฒนาการของภูตศพที่ตามหลังมา
เป็นครั้งคราวก็เสกเครื่องรางหกติงหกเจี่ยเพิ่มอีกแผ่น เพื่อให้แน่ใจว่าร่างกายยังเปี่ยมด้วยเรี่ยวแรงและอยู่ในสภาพพร้อมรบ
ในที่สุด หลังเลี้ยวโค้งไปอีกครั้ง เสียงคำรามแหลมสูงเปี่ยมความดุร้ายก็ดังขึ้น!
เสียงที่สองและเสียงที่สามดังตามมาติด ๆ!
สวี่อี้หันกลับไปอย่างฉับพลัน
เห็นภูตศพสามตัวในฝูงหยุดฝีเท้าที่กำลังไล่ตามลงกะทันหัน!
ร่างที่เคยค้อมงอเล็กน้อยของพวกมันพลันเหยียดตรงขึ้น แขนทั้งสองข้างแข็งทื่อ ยกชูขึ้นสูงจนขนานกับหัวไหล่!
เขี้ยวยาวในปากยื่นพ้นริมฝีปากออกมาอย่างสิ้นเชิง เปล่งประกายเย็นเยียบ!
ผิวหนังของพวกมันเปลี่ยนเป็นสีม่วงเทาหม่น ดวงไฟมืดมิดในเบ้าตาเต้นวูบวาบ ดูกระหายเลือดและโหดเหี้ยมยิ่งกว่าเดิม!
ขณะเดียวกัน พลังปีศาจที่เข้มข้นกว่าเดิมก็แผ่ออกจากร่างของพวกมัน กลบพลังของภูตศพตัวอื่นที่ยังอยู่ระหว่างวิวัฒนาการไปในพริบตา
จื่อเจียงเกิดใหม่ทั้งสามตัวชะงักงันไปชั่วขณะ ก่อนจะจับกลิ่นอายของสวี่อี้ที่อยู่ข้างหน้าและพุ่งเป้าไล่ล่าอย่างบ้าคลั่งยิ่งกว่าเดิม!
สวี่อี้กลับไม่ตกใจ ซ้ำยังยินดีเสียด้วยซ้ำ
จื่อเจียง!
ในที่สุดก็สำเร็จ!
แถมยังวิวัฒนาการพร้อมกันถึงสามตัว!
ที่ตนล่อพวกมันวนไปวนมาอยู่นานไม่เสียเปล่าจริง ๆ!
สวี่อี้เลิกวิ่งวน แล้วพุ่งไปยังลานหินระเกะระกะซึ่งเป็นพื้นที่เปิดโล่งที่เขาหมายตาไว้ล่วงหน้า
“เอาล่ะ พวกเจ้าสามตัวมาถึงจุดหมายแล้ว!”
สวี่อี้หันกลับไป
หลังวิวัฒนาการเป็นจื่อเจียง ภูตศพทั้งสามก็ไม่ได้วิ่งเหมือนภูตศพทั่วไปอีกต่อไป แต่เปลี่ยนเป็นกระโดดแทน
ถึงจะกระโดด แต่ความเร็วกลับเหนือกว่าภูตศพตัวอื่นอย่างเห็นได้ชัด!
แม้สวี่อี้จะมีเครื่องรางหกติงหกเจี่ยคุ้มกาย ความเร็วของเขาก็คงสู้พวกมันไม่ได้
เวลานี้ จื่อเจียงทั้งสามทิ้งภูตศพตัวอื่นไว้ข้างหลัง คำรามพลางพุ่งเข้ามา
