พอใกล้ถึงหน้าบ้าน หลี่ฉางชิงก็เห็นลุงใหญ่เดินกะเผลก รอยยิ้มบนใบหน้าพลันหายไป
ลุงใหญ่กับครอบครัวของปู่ทวดข่มเหงครอบครัวเขามานานกว่าสิบปี แค่เห็นก็รู้สึกอัปมงคลแล้ว
หลี่เย่าเฉิงเห็นหลี่ฉางชิงเดินเข้ามา จึงทักว่า “อ้าว ฉางชิง วันนี้กลับมาเร็วขนาดนี้เลยเหรอ?”
หลี่ฉางชิงมักอยู่ในตัวอำเภอจนถึงค่ำหรือดึกดื่นกว่าจะกลับมา หลี่เย่าเฉิงจึงชอบหยิบเรื่องนี้มาแซว
ในสายตาเขา เมื่อเทียบกับลูกชายตัวเองที่เรียนจบมัธยมปลายแล้วเข้าโรงงานปั่นฝ้าย หลี่ฉางชิงที่เรียนจบแล้วแต่เอาแต่เกียจคร้านก็เป็นแค่ไอ้ขยะ เป็นกาฝากของตระกูลหลี่
หลี่ฉางชิงกลอกตา ไม่แม้แต่จะมองเขาตรง ๆ แล้วเดินผ่านไป
“อ้าว? เห็นลุงทั้งคนยังไม่ทักสักคำ! สมควรแล้วที่แกจะถูกแยกบ้าน ไอ้ลูกเต่า!” หลี่เย่าเฉิงเห็นหลี่ฉางชิงไม่สนใจ ก็ชี้แผ่นหลังเขาแล้วด่ากราด
หลี่ฉางชิงทำเป็นไม่ได้ยิน อยากรีบกลับบ้านเอาค่าเล่าเรียนให้น้องสาวเท่านั้น
พอมาถึงหน้าบ้าน ฟ้าก็มืดเกือบสนิท ข้าวเปลือกบนพื้นถูกเก็บไปแล้ว เหลือเพียงแม่หลี่ที่กำลังใช้ไม้กวาดกวาดฝุ่นอยู่หน้าประตู
“แม่! ผมกลับมาแล้ว” พอเห็นแม่ ขอบตาของหลี่ฉางชิงก็แดงขึ้นมาอย่างฉับพลัน
ตั้งแต่ชีวิตก่อนที่เขาแยกบ้านแล้วไปทำงานรับจ้างที่กว่างตงกับกว่างซี เขาก็ไม่ได้เจอแม่มาหลายสิบปีแล้ว
แม่หลี่ได้ยินเสียงจึงเงยหน้ามองเขา มือถือไม้กวาดตั้งตรง น้ำเสียงเย็นชาเล็กน้อย “ยังรู้จักกลับมาอีกเหรอ?”
“แม่ครับ นี่บ้านผมนะ ถ้าไม่กลับบ้านแล้วจะให้ผมไปไหนล่ะ” เสียงของหลี่ฉางชิงสั่นเครือ พูดไปก็ก้าวเข้าไปหาอย่างอดไม่ได้
“ยังเห็นบ้านนี้เป็นบ้านตัวเองอีกเหรอ? แม้แต่ค่าเล่าเรียนของน้องยังแอบขโมยไป แก...” เดิมทีแม่หลี่ตั้งใจจะด่าเขาสักสองสามคำ แต่พอเห็นแววตาหลี่ฉางชิงมีน้ำคลอ ใจก็อ่อนลง
แม่หลี่รู้สึกเสมอว่าที่หลี่ฉางชิงกลายเป็นแบบนี้ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเธอตามใจเขามากเกินไป
ไม่ใช่ว่าแม่หลี่รักลูกชายมากกว่าลูกสาว ความจริงเธอเอ็นดูลูกทั้งสองคน แต่หลี่ฉางชิงกลับไม่ได้เรื่องเอาเสียเลย
“ช่างเถอะ! กับข้าวเสร็จแล้ว กลับเข้าไปกินก่อน” แม่หลี่ถอนหายใจเบา ๆ ก่อนวางไม้กวาด แล้วพาหลี่ฉางชิงเดินเข้าบ้าน
