“ไม่ต้อง! ถิงถิงเป็นลูกสาวฉัน ถึงฉันจะแก่แล้วก็ยังไม่ตายนะ! ฉันยังหาเงินได้!” พ่อหลี่ถลึงตามองหลี่ฉางชิง
“พอแล้ว ๆ!” ปู่ขัดจังหวะการโต้เถียงบนโต๊ะอาหาร “ค่าเล่าเรียนของถิงถิงจัดการได้แล้ว ก็ไม่มีอะไรแล้ว กินข้าวกันก่อน”
ย่าที่เงียบมาตลอดก็เผยรอยยิ้ม “ใช่ ๆ กินข้าวก่อน โจ๊กเย็นหมดแล้ว”
ทุกคนจึงเริ่มกินข้าว มีเพียงหลี่ถิงถิงที่ยังสะอึกสะอื้นไม่หยุด
เมื่อมองเงินในมือ เธอก็รู้สึกเหมือนมันไม่ใช่เรื่องจริง
เธอรู้ว่าการเรียนมหาวิทยาลัยต้องใช้เงินมาก ฐานะทางบ้านก็แทบจะรวบรวมค่าเล่าเรียนไม่ไหวอยู่แล้ว แต่สุดท้ายพี่ชายที่เธอไว้ใจมาตั้งแต่เด็กกลับเอาเงินไปใช้!
ในใจเธอกลัวจริง ๆ ว่าคนในบ้านจะจำใจยกเธอให้แต่งกับหลี่ฉางตง แค่คิดถึงชีวิตแบบนั้นก็รู้สึกหายใจไม่ออกแล้ว!
ใครจะคิดว่าพี่ชายจะเอาเงินกลับมาได้ แถมยังจัดการเงินค่าครองชีพให้เธออีกด้วย!
วันนี้อารมณ์ขึ้น ๆ ลง ๆ เหมือนฝันไปเลย
เธอเงยหน้ามองหลี่ฉางชิง เห็นเขาก้มหน้าก้มตาซดโจ๊กมันเทศอยู่
หลี่ฉางชิงหิวจริง ๆ!
มื้อกลางวันก็ซดโจ๊ก พอตกบ่ายยังทำงานจนถึงค่ำ เขาหิวจนท้องติดหลังไปหมดแล้ว
ตอนนั้นเองย่าก็พูดขึ้นว่า “ฉางชิง ตั้งใจทำมาหากิน อย่าเอาแต่เกียจคร้าน ย่าว่านะ พรุ่งนี้ไม่ต้องแยกบ้านแล้วก็ได้ ยังไม่แต่งงานจะแยกบ้านไปทำไม”
ย่าไม่อยากเห็นหลี่ฉางชิงอายุแค่ 19 ปีก็ถูกแยกออกไปอยู่ลำพัง ไม่มีแม้แต่ที่คุ้มแดดคุ้มฝน แถมยังทำงานไม่เป็น ถ้าแยกบ้านไปแล้วจะไม่อดตายหรือไง
พ่อหลี่ได้ยินแล้วไม่ได้ตอบทันที เขาเงยหน้ามองหลี่ฉางชิงที่กำลังซดโจ๊ก แล้วหันไปมองแม่หลี่ที่นั่งอยู่ข้าง ๆ
พูดตามตรง พอหลี่ฉางชิงเอาเงิน 200 หยวนให้หลี่ถิงถิง ความโมโหของเขาก็หายไปกว่าครึ่ง
เรื่องแยกบ้านแต่แรกก็แค่พูดเพราะโมโห ใครใช้ให้ลูกชายใช้เงินสุรุ่ยสุร่าย ไม่เอาถ่านล่ะ
